กระทรวงเกษตรฯ เปิดตัว “ระบบจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด” รับสมัครเกษตรกรที่ต้องการใช้สาร (พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส) สมัครได้แล้ววันนี้ เพื่อรับการอบรมและผ่านการทดสอบ ก่อนมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีจะมีผลบังคับใช้ 20 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.62 นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าวแนวทางปฏิบัติตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีเกษตร (พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส) ร่วมกับ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และ นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมเปิดตัว “ระบบจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด” เพื่อให้เกษตรกรสมัคร สำหรับแจ้งความประสงค์ใช้ 3 สารเคมี ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (เกษตรกรจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร) ซึ่งต้องผ่านการอบรม และผ่านการทดสอบ เกษตรกรที่สอบผ่านจะได้รับสิทธิ์ซื้อ 3 สารดังกล่าว ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนิน

นายอนันต์ กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศเกี่ยวกับการจำกัดการใช้สารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จำนวน 5 ฉบับ ลงวันที่ 5 เมษายน 2562 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย เห็นชอบให้ดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศ 180 วัน นับตั้งแต่วันประกาศ คือตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งประกาศฯ ดังกล่าวกำหนดให้ เกษตรกรผู้ใช้สารและผู้รับจ้างพ่นสาร จะต้องผ่านการอบรมเพื่อให้สามารถใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยมี 4 หน่วยงานที่รับผิดชอบในการอบรม คือ กรมส่งเสริมการเกษตร จะอบรมและทดสอบให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน ไม้ผล พืชไร่ ไม้ดอก ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย จะอบรมและทดสอบให้กับเกษตรผู้ปลูกยางพารา สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จะอบรมและทดสอบให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย โดยมีกรมวิชาการเกษตร ทำหน้าที่อบรมเจ้าหน้าที่ของ 3 หน่วยงานเพื่อให้เป็นวิทยากรไปอบรมเกษตรกร และเป็นผู้อบรมให้กับผู้รับจ้างพ่น และพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และปลัด อบต.

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยากเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรที่มีความประสงค์จะใช้สารเคมีทั้ง 3 สาร ให้ไปขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อแจ้งข้อมูล พร้อมกับสมัครขอรับสิทธิ์ซื้อ 3 สาร ได้ตั้งแต่วันนี้ โดยจะต้องผ่านการอบรม และผ่านการทดสอบความรู้ เพราะเกษตรกรต้องมีองค์ความรู้ และใช้ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักของประกาศฯ คาดว่าจะมีเกษตรกรมาสมัครแจ้งความประสงค์ประมาณ 1 ล้านราย”ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว

ด้าน นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ดูแลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรแล้วและมีพื้นที่ปลูกพืชจริง ซึ่งเกษตรกรที่ปลูกพืช มันสำปะหลัง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน ไม้ผล พืชไร่ ไม้ดอก และมีความประสงค์ใช้สารดังกล่าว ยังสามารถมาขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรและเข้าสู่ขั้นตอนของการขึ้นทะเบียน ซึ่งต้องลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงและวาดแปลง ทั้งนี้ คุณสมบัติของเกษตรกรจะต้องมีอายุ18 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย และเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชนั้นจริง ไม่น้อยกว่า 15–60 วัน เงื่อนไขตามแต่ละชนิดพืช

สำหรับการสมัครขอรับสิทธิ์ซื้อ 3 สาร เกษตรกรสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป ที่ “ระบบจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด” http://chem.doae.go.th หรือ แอปพลิเคชั่น “FARMBOOK” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งแอนดรอย์ และ iOS ได้ทันที หรือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง โดยสามารถเลือกช่องทางเรียนรู้ได้ 3 ช่องทาง คือ ช่องทางแรก เข้ารับการอบรมโดยวิทยากร ครู ข ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ช่องทางที่ 2 เรียนรู้ผ่านระบบ E-learning โดยเรียนจากเว็บไซต์ http://elearning.doae.go.th มีทั้งหมด 9 ตอน ใช้เวลาประมาณ 60 นาที หรือท่านใดที่ประสงค์จะทดสอบเลยเนื่องจากมีความรู้เพียงพอแล้ว สามารถเลือกช่องทางที่ 3 สมัครเข้ารับการทดสอบได้เลยจากเว็บไซต์ดังกล่าว โดยต้องเลือกสถานที่สอบ วันที่ และช่วงเวลาที่ต้องการสอบได้ตามความสมัครใจ ทั้งนี้ สำหรับการทดสอบจะเริ่มตั้งแต่ 1 ก.ค. 62 เป็นต้นไป กรณีไม่ผ่านการทดสอบ สามารถเลือกสอบได้อีก 1 รอบ หากยังไม่ผ่าน เกษตรกรจะต้องสมัครเข้าไปเลือกการทดสอบอีกครั้งในระบบ