เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติอย่างหนักและจับกุมแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาได้แบบรายวัน ล่าสุดไล่ล่าจับกุมรถตู้โดยสารได้อีก 2 คันขณะเดินทางมารับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ ต.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ และขยายผลจับกุมแรงงานต่างด้าวได้เพิ่มอีก 38 คน ซึ่งถูกนำมาพักพิงไว้ในห้องเช่าอย่างแออัด

ปัญหาเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติที่ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวซึ่งเป็นแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาส่งไปยังประเทศมาเลเซียยังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เจ้าหน้าที่เร่งปราบปรามและจับกุมได้แบบรายวัน

โดยล่าสุดในวันนี้ (10 มิ.ย.62) เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว เเละป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ซึ่งมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจเเห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนติดตามรถตู้โดยสารสายปัตตานี-สงขลา หลังจากที่สืบทราบว่าจะมารับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ ต.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ เพื่อไปส่งที่ จ.ปัตตานี และสกัดจับเอาไว้ได้พร้อม นายยี (ขอสงวนชื่อจริง)คนขับและขยายผลไปจับรถตู้โดยสารสาย ปัตตานี-สุไหงโก-ลก พร้อมคนขับชื่อนายเซ(ขอสวนชื่อจริง) ได้อีก 1 คันซึ่งจะทำหน้าที่รับช่วงต่อเดินทางไปส่งที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

แต่ที่น่าตกใจคือเจ้าหน้าที่ได้เค้นสอบ นายยี คนขับรถตู้สายปัตตานี-สงขลา บอกว่า มีแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาอีกจำนวนมากที่นายหน้านำไปกักตัวไว้ในห้องเช่า เลขที่ 79/7 ต.พะตง อ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบพบว่ามีการล๊อคกุญเเจอย่างเเน่นหนาเหมือนกับถูกปิดตาย

เมื่อเปิดประตูเข้าไปดูเจ้าหน้าที่ต้องตะลึงเมื่อพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวนมากถึง 38 คน นั่งกันอยู่อย่างแออัดในห้องเช่าซึ่งมืดทึบแต่ละคนอ่อนล้าอิดโรยอย่างหนักเพราะต้องอยู่รวมกันแทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

จากการสอบถามผ่านล่ามทราบว่ามีนายหน้านำมาขังไว้ในห้องห้ามส่งเสียงดัง ห้ามเปิดไฟ เเละ อดข้าวมาเเล้ว 3วัน เพื่อรอคนมารับส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.ทุ่งลุง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมสอบสวนและคัดแยกเหยื่อตามกระบวนการของกฏหมาย

เจ้าหน้าที่เผยว่าทางพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว เเละป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เดินหน้าทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติที่กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่คล้ายๆกับชาวโรฮิงญา ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และพบว่ามีแรงงานเถื่อนทะลักเข้ามาอย่างหนักจากต้นทางประเทศเมียนมา ใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อส่งต่อไปยังประเทศมาเล