เมื่อเวลา12.00 น.วันที่ 24 ม.ค. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายภิญโญ ภิญโญชีพ อายุ 73 ปี สามีนางนันทา คุ้มบาง ผู้จัดการมรดกของ นายสง่า คุ้มบาง บิดาและเป็นเจ้าของโรงสีสง่าพาณิชย์ ที่เสียชีวิตไปแล้ว และนางทิวา พิทท์ อายุ 38 ปี ทนายความ เดินทางเข้าร้องเรียนนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กรณีนายสง่า คุ้มบาง บิดาของภรรยาตน ได้ฝากเงินไว้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) จำนวน 4 บัญชี ประมาณ 506 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับค้ำประกันในการทำธรกรรมการค้ากับรัฐบาล แต่ในเวลาต่อมานายสง่าเสียชีวิตลง ทางครอบครัวจึงพยายามติดต่อไปทางธนาคาร เพื่อสอบถามเรื่องเงินในบัญชีทั้ง 4 บัญชี แต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยง และไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากทางธนาคาร จนกระทั่งไปร้องเรียนกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และล่าสุดวันนี้จึงเดินทางมาร้องเรียนกับนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว

นายภิญโญ กล่าวว่า เมื่อนายสง่า คุ้มบาง ได้เสียชีวิตลงเมื่อปี2530 ตนและครอบครัวได้ติดต่อไปทางธ.กรุงไทย เพื่อขอตรวจสอบเงินจำนวน 506 ล้านบาท แต่ทางธ.กรุงไทยไม่ให้ตรวจสอบ จนกระทั่งเมื่อปี2555 ทางธ.กรุงไทย ได้ส่งหนังสือแจ้งมาว่า เมื่อวันที่27ธ.ค.28 นายสง่าได้ถอนเงินออกไปหมดแล้ว และต่อมาธ.กรุงไหย แจ้งว่านายสง่าได้นำโฉนดที่ดินมาแลกกับสมุดบัญชีทั้ง 4 เล่มแล้ว ตนและครอบครัวจึงไปตรวจสอบรายละเอียดของโฉนดที่ดินดังกล่าว ปรากฎว่าไม่มีการทำธุรกรรมใดๆทั้งสิ้น ภายหลังจึงทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานใหญ่ธ.กรุงไทยกว่า 50 ฉบับ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับใดๆทั้งสิ้น กระทั่งตนและครอบครัวเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักนายกรัฐมนตรี และในวันที่19ม.ค.60 ทางธ.กรุงไทยได้ทำหนังสือชี้แจงว่า นายสง่าทำธุรกรรมกับทางธนาคารจนเป็นหนี้ จึงจะต้องยึดบัญชีดังกล่าวไว้ ซึ่งในกรณีดังกล่าว ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆได้สิ้นสุดในชั้นศาลแล้ว และเป็นคนละประเด็นกับที่ครอบครัวดำเนินการร้องขอความเป็นธรรม

นายภิญโญ กล่าวอีกว่า เรื่องราวทั้งหมดจะสิ้นสุดลง หากธ.กรุงไทยนำหลักฐานมาชี้แจงว่าจำนวนเงินทั้งหมดอยู่ที่ไหน หรือถอนออกไปแล้วหรือไม่ ถ้าถอนออกไปแล้ว ขอให้นำเอกสารลายมือชื่อตัวจริงมาแสดงให้ดู และถ้านายสง่าเป็นหนี้จริงให้นำเอกสารทั้งหมดมาให้ดู ถ้าทุกอย่างถูกต้องและชัดเจนตามที่ธนาคารแจ้งไว้ ตนจะถอนคำร้องเรียนทั้งหมด และจบเรื่องราวทุกอย่าง แต่ถ้าไม่เป็นความจริง ตนขอเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนทั้งหมดเช่นกัน ลูกเขยเจ้าของโรงสีร้องนายกสมาคมผู้สื่อข่าวฯ กรณีไม่ได้รับความชัดเจนจากธ.กรุงไทย

วันนี้(24ม.ค.) เมื่อเวลา12.00น. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายภิญโญ ภิญโญชีพ อายุ 73 ปี สามีนางนันทา คุ้มบาง ผู้จัดการมรดกของ นายสง่า คุ้มบาง บิดาและเป็นเจ้าของโรงสีสง่าพาณิชย์ ที่เสียชีวิตไปแล้ว และนางทิวา พิทท์ อายุ 38 ปี ทนายความ เดินทางเข้าร้องเรียนนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กรณีนายสง่า คุ้มบาง บิดาของภรรยาตน ได้ฝากเงินไว้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) จำนวน 4 บัญชี ประมาณ 506 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับค้ำประกันในการทำธรกรรมการค้ากับรัฐบาล แต่ในเวลาต่อมานายสง่าเสียชีวิตลง ทางครอบครัวจึงพยายามติดต่อไปทางธนาคาร เพื่อสอบถามเรื่องเงินในบัญชีทั้ง 4 บัญชี แต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยง และไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากทางธนาคาร จนกระทั่งไปร้องเรียนกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และล่าสุดวันนี้จึงเดินทางมาร้องเรียนกับนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว

นายภิญโญ กล่าวว่า เมื่อนายสง่า คุ้มบาง ได้เสียชีวิตลงเมื่อปี2530 ตนและครอบครัวได้ติดต่อไปทางธ.กรุงไทย เพื่อขอตรวจสอบเงินจำนวน 506 ล้านบาท แต่ทางธ.กรุงไทยไม่ให้ตรวจสอบ จนกระทั่งเมื่อปี2555 ทางธ.กรุงไทย ได้ส่งหนังสือแจ้งมาว่า เมื่อวันที่27ธ.ค.28 นายสง่าได้ถอนเงินออกไปหมดแล้ว และต่อมาธ.กรุงไหย แจ้งว่านายสง่าได้นำโฉนดที่ดินมาแลกกับสมุดบัญชีทั้ง 4 เล่มแล้ว ตนและครอบครัวจึงไปตรวจสอบรายละเอียดของโฉนดที่ดินดังกล่าว ปรากฎว่าไม่มีการทำธุรกรรมใดๆทั้งสิ้น ภายหลังจึงทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานใหญ่ธ.กรุงไทยกว่า 50 ฉบับ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับใดๆทั้งสิ้น กระทั่งตนและครอบครัวเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักนายกรัฐมนตรี และในวันที่19ม.ค.60 ทางธ.กรุงไทยได้ทำหนังสือชี้แจงว่า นายสง่าทำธุรกรรมกับทางธนาคารจนเป็นหนี้ จึงจะต้องยึดบัญชีดังกล่าวไว้ ซึ่งในกรณีดังกล่าว ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆได้สิ้นสุดในชั้นศาลแล้ว และเป็นคนละประเด็นกับที่ครอบครัวดำเนินการร้องขอความเป็นธรรม

นายภิญโญ กล่าวอีกว่า เรื่องราวทั้งหมดจะสิ้นสุดลง หากธ.กรุงไทยนำหลักฐานมาชี้แจงว่าจำนวนเงินทั้งหมดอยู่ที่ไหน หรือถอนออกไปแล้วหรือไม่ ถ้าถอนออกไปแล้ว ขอให้นำเอกสารลายมือชื่อตัวจริงมาแสดงให้ดู และถ้านายสง่าเป็นหนี้จริงให้นำเอกสารทั้งหมดมาให้ดู ถ้าทุกอย่างถูกต้องและชัดเจนตามที่ธนาคารแจ้งไว้ ตนจะถอนคำร้องเรียนทั้งหมด และจบเรื่องราวทุกอย่าง แต่ถ้าไม่เป็นความจริง ตนขอเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนทั้งหมดเช่นกัน