ผบ.ตร.เป็นประธาน เปิดงานโครงการอบรมแนวทางการดำเนินงานในแนวคิด POLICE MIND “สำนึกในหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และมีจิตรพร้อมช่วยเหลือและให้บริการ ผู้เข้ารับการอบอรม”

เมื่อเวลา 13 .00 น.วันที่ 23 ม.ค. ที่ห้องรอยัล จูบิลี อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1( ผบช.ภ.1 )ประธานเปิดงานโครงการอบรมแนวทางการดำเนินงานในแนวคิด POLICE MIND “สำนึกในหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และมีจิตรพร้อมช่วยเหลือและให้บริการ ผู้เข้ารับการอบอรม” ผู้เข้ารับการอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด ภ.1 ประกอบด้วยรองสารวัตร และชั้นประทวน ที่ปฏิบัติงานป้องกันปราบปราม และปฏิบัติงานจราจร รวม 3,500 นาย ณ ห้องรอยัล จูบิลี อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนประธานเปิดโครงการได้เปิดวีดีทัศน์การปฏิบัติหน้าที่รับแจ้งความของหายของตำรวจบนสถานีและการตั้งด่านตรวจของจราจร ทำให้เรัยกเสียงฮาระหว่างดูวีดีทัศน์ที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่บนสถานีไม่ได้เอาใจใส่ประชาชนที่มาใช้บริการบนสถานีแต่กลับคุยโทรศัพท์นัดผู้หญิงทานอาหารด้วยคำไพเราะก่อนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะกล่าวบรรยายให้กับผู้เข้าอบรมฟังช่วงหนึ่งพร้อมกับกล่าวว่าตนไม่ใช่นักบรรยายเป็นนักปฏิบัติวีดีทัศน์ที่พวกท่านเห็นั้นเป็นเรื่องจริง ถ้าไม่มีเรื่องไม่ว่ากันแต่ถ้ามีเรื่องก็ว่ากันไปที่มีภาพ ถ้าให้ดีก็ทำดีกว่านี้ถ้าท่านทำให้เจ๊งก็ทำตามในคลิปภัยคุกคามการปฏิบัติหน้าที่คือโลกโซเชียลเดียวนี้ไวมาก

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่าผลงานที่เกิดเกิดจากโรงพัก ไม่มีพวกท่านเราก็เจ๊งถ้าท่านทำไม่ดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เจ๊ง เพราะตำรวจต้นทุนต่ำ เราต้องปรับตัวทุกท่านต้องเก็บเกี่ยวสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ไปช่วยเหลือประชาชนเป็นหลักทำได้เท่าไหร่ทำไป"อย่างเช่นคลิป 2 ปี ผ่านมานำมาออกปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องที่จ้องทำลายองค์กรตำรวจ บ้านตัวเองต้องดูแลปกป้องรักษา ช่วยกันรักษาองค์กร 70-80%อยู่ที่สถานี ผบ.ตร.กล่าว"

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า พวกท่านสบายกว่า ตำรวจที่ประจำ ศชต.มีภัยคุกคามหลายอย่าง ทุกอย่างที่นั่นคือกำลังใจ พร้อมกล่าวอีกว่าอยากเห็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจแต่งกายเหมือน สห.ของเหล่าทัพ ฝากความหวังไว้ทุกท่านที่มาพูดมิใช่มาตำหนิ มีความห่วงใยเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมจะลาออกเมื่อไหร่ไม่รู้ ทุกท่านเป็นกำลังหลักของ บช.ภัยคุกคามคือผลประโยชน์ ลด ละ เลิก ต้องคำนึงถึงองค์กรเป็นหลัก

พล.ต.ท.ชาญเทพ ผู้ผุดไอเดีย"โปลิศ มายด์"กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกค่อนข้างรวดเร็ดและรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม เทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ก่อให้เกิดปัญหาตามมาหลายประการไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ปัญหาแรงงาน ปัญหายาเสพติดให้โทษ และปัญหาอาชญากรรม ที่มีแนวโน้มสูงมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจในแต่ละพื้นที่ ต้องพยายามทุ่มเทกำลังแรงกายและใจในการแก้ปัญหาอาชญากรรม ซึ่งผลจาการดำเนินการดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆเช่น งานป้องกันอาชญากรรม งานจราจร งานสอบสวน เกิดความขัดแย้งกับประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่การสื่อสารไม่เข้าใจกัน พนักงานสอบสวนไม่ประสานงานกับหน่วยงานข้างเคียง ไม่แจ้งความคืบหน้าของผลคดีต่อผู้เสียหาย ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย ประชาชนรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรม จึงเกิดการต่อต้าน เกิดความท้าทาย ไม่เคารพการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากไม่ทำความเข้าใจ ให้ความรู้ หรือสร้างทัศนคติที่ดีต่อกันก็อาจเป็นเหตุรุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บช. ภ.1 ประกอบด้วยรองสารวัตร และชั้นประทวน ที่ปฏิบัติงานป้องกันปราบปราม และปฏิบัติงานจราจรทั้งงานสืบสวน งานจราจร รวมประมาณ 3,500 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนมาเข้าอบรมเพื่อให้รับรู้ว่าความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)คืออะไร ยกตัวอย่างเช่นเมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนขึ้นมาบนสถานีตำรวจ แต่กลับพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เอาใจใส่ประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนมาใช้บริการ และเดินกลับลงไปอย่างสิ้นหวัง ซึ่งต้องตอบข้อสงสัยของประชาชน และรับใช้ตามที่ประชาชนต้องการอะไรจากตำรวจ

ผบช.ภ.1 กล่าวว่าในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาใน บช.ภ.1 ตนอยากทำให้เป็นรูปธรรม ปฏบัติหน้าที่ได้จริง จึงมีความคิดอยากสอนให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่เพราะในระดับชั้นประทวนตั้งแต่เรียนจบออกมาจนถึงปัจจุบันราวประมาณ 20-30 ปี เรียนจบออกมายังไม่มีการอบรม มีอบรมครั้งเดียวในช่วงระยะหนึ่งในระหว่างที่เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ(นสต.)จากนั้นลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่จริง

พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวอีกว่าโครงการที่เกิดขึ้นเป็นแม่แบบจุดประกายเพื่อต่อยอดปฏิรูปวัฒนธรรมการทำงานเห็นแล้วต้องทำได้ เป็นการปรับที่ทัศนคติ ในการทำงาน ไม่ต้องลงทุนอะไร ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ แต่ให้ประสิทธิผลที่เพิ่มมากขึ้น

ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา ตำรวจ บช.ภ.1 เริ่มรับนโยบายไปปรับใช้และ เริ่มดูแล ช่วยเหลือประชาชนมากขึ้นกว่าหน้าที่ปกติ จนเริ่มมีเสียงชมเชยจากประชาชน ทางโลกโชเชียลมีเดียที่ให้กำลังใจตำรวจจราจรที่ช่วยเหลือหญิงชราในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.สมุทรปราการ ที่เป็นใบสั่งเตือนภัยที่ตำรวจสายตรวจนำไปติดหน้าบ้านเมื่อเข้าไปตรวจพบว่าบ้านที่พักอาศัยลืมไม่ได้ล็อกประตูบ้านหรือรถยนต์จอดในที่เปลี่ยว