พบหลักฐาน นายสับ วาปี คดีครูแพะ ให้การตำรวจไม่ตรงกัน
ครั้งแรกอ้าง นายเสริฐ ขับชน ต่อมา ต่อมาสารภาพขับชนเอง

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เกี่ยวกับคดีอดีตครูตกเป็นแพะ คือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู ชาว จ.สกลนคร หลังออกมาร้องทุกข์ ต่อกระทรวงยุติธรรม ว่าตกเป็นแพะในคดีขับรถยนต์ชนคนตาย เหตุเกิดเมื่อปี 2548 ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม จนกระทั่งมีการต่อสู้ถึง 3 ศาล ชั้นต้นตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน ชั้นอุทธรณ์ยกฟ้อง ส่วนฎีกา ตัดสินจำคุกยืนตามศาลชั้นต้น เมื่อปี 2557 หลังได้รับการอภัยโทษออกมา เมื่อผี 2558 ได้ร้องทุกข์ผ่านกระทรวงยุติธรรม ให้มีการรื้อคดีพิจารณาใหม่ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม รับคำร้อง นัดสืบพยาน ในวันที่ 8 -10 กุมภาพันธ์ 2560

ขณะเดียวกันทางตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม รวมถึง สภ.เรณูนคร ได้ออกมายืนยันหลักฐาน รวมถึงพยานเกี่ยวข้อง ว่า ในการดำเนินคดีถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย และมั่นใจว่า นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู ชาว จ.สกลนคร ได้กระทำผิดจริง ซึ่งขับรถยนต์ กระบะโตโยต้า ทะเบียน กค 56 สกลนคร ชนรถจักรยาน นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี เสียชีวิต บริเวณถนน พระซอง – เรณูนคร ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม แต่ภายหลังได้นำตัว นายสับ วาปี อายุ 60 ปี ออกมาสารภาพว่า เป็นคนขับรถยนต์ อีซูซุ กค 56 มุกดาหาร ชนตัวจริง โดยมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และสอบพยานเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่ออกมารับผิดแทน ซึ่งจะมีการดำเนินคดีภายหลังศาลมีการสืบพยาน เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

นอกจากนี้จากการตรวจสอบของตำรวจยังพบเอกสารหลักฐานสำคัญ เกี่ยวข้องกับ นายสับ วาปี อายุ 60 ปี ชาว จ.มุกดาหาร บุคคลที่อ้างว่า เป็นคนขับรถยนต์ชนตัวจริง ในเอกสารคำให้การตำรวจ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2556 ระบุว่า นายสุริยา นวนเจริญ ได้พา นายเสริฐ รูปสะอาด อายุ 53 ปี พร้อมด้วย นายสับ วาปี อายุ 60 ปี เข้าไปพบพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เรณูนคร ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบในการดำเนินคดี ในปี 2548 โดยมีการยืนยันในเอกสารว่า กับทางตำรวจว่า นายสับ วาปี เป็นเจ้าของรถยนต์อีซูซุ รุ่นเก่า สีเขียว ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร แต่มีการขายให้ นายเสริฐ รูปสะอาด ไปแล้ว และยืนยันว่านายเสริฐ รูปสะอาด เป็นคนขับรถ รถคันดังกล่าวไปเกิดอุบัติเหตุชนรถจักรยาน ทำให้ นายเหลือ พ่อบำรุง ที่ปั่น จักรยานเสียชีวิต

ทั้งนี้ยังพบเอกสารการให้ปากคำ ครั้งที่ 2 ของ นายสับ วาปี อายุ 60 ปี ว่า มีการบันทึกให้ปากคำตำรวจ ที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ว่า เป็นคนขับรถยนต์ กระบะอีซูซุ ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร ชน นายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 ซึ่งเป็นการให้ปากคำที่ไม่ตรงกัน โดยตำรวจยังพบหลักฐาน พยานเพิ่มอีก คือ นายอุบล ไชยบัน อายุ 65 ปี ชาว จ.มุกดาหาร ที่ออกมายืนยันว่า รถยนต์ กค 56 มุกดาหาร ได้ซื้อมาใช้งานในช่วงปี 2547 และขายไปในปี 2550 พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีใครขับรถไปชน ในปี 2548 แต่รถคันดังกล่าวเอกสารการครอบครอง เป็นของนาย สับ วาปี ไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ ตั้งแต่ซื้อมา เพราะสภาพรถเก่าแล้ว ซื้อขายกันธรรมดา ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจจะนำไปดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากตรวจสอบพบว่า เป็นขบวนการรับจ้าง ออกมารับทำผิดแทน ในคดีนี้