เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 พ.ค.62 พ.ต.อ.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผกก.สน.สายไหม ได้รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายลักตู้บริจาคเงินที่วัดเกาะสุวรรณาราม จำนวน 15 ตู้ จึงนำกำลังตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบหาร่องรอยคนร้าย

จากการสอบสวนแม่ชี ศิริพร รื่นเริงใจ อายุ 64 ปี ผู้ดูและศาลาศาลาการเปรียญที่ถูกงัด เป็นผู้เห็นว่าตู้ถูกงัด พบว่าคนร้ายงัดตู้บริจาค 15 ตู้ แต่ได้เงินไปเพียร 14 ตู้ อีก 1 ตู้ที่คนร้ายไม่สามารถงัดได้เพราะเนื่องจากเป็นตู้เซฟขนาดใหญ่ และยังมี ไมโครโฟน ตู้ลำโพง อุปกรณ์การสอนหนังสือ ที่อยู่ในห้องชั้นล่างของศาลาถูกงัดหายไปด้วย ส่วนคนร้ายน่าจะเป็นเด็กวัดที่พึ่งมาขอช่วยงานที่วัดเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาจากนั้นก็มาขออยู่อาศัยที่วัดตลอดมา

แม่ชีศิริพร รื่นเริงใจ เล่าให้ฟังว่า ปกติแม่ชีกับนายสมชาย ที่เป็นเจ้าหน้าที่วัด จะเป็นคนถือกุญแจศาลาการเปรียญและตู้บริจาคคนละชุด ช่วงเกิดเหตุไม่แน่ใจว่าคนร้ายก่อเหตุวันไหน เพราะแม่ชีล็อคกุญแจศาลาไว้กลับบ้านไปพักผ่อนตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.62 (พระศาลานี้เปิดให้ทำบุญเฉพาะวัน สำคัญทางศาสนาเท่านั้น) พอแม่ชีกลับมาวัดเมื่อวานตอนเย็นก็ไขกุญแจเข้าศาลา โดยคิดว่าจะทำการถูศาลาให้สะอาด แต่พบว่าศาลาน่าจะมีคนถูไว้แล้ว แม่ชีจึงนอนพักผ่อนไม่ได้สังเกตุอะไร จากนั้นแม่ชีตื่นมาตอนตี3 มาทำความสะอาดศาลา และช่วงเวลา 6 โมงกว่า จึงเดินมาถูบริเวณตู้บริจาค พบตู้บริจาคไม่ได้ถูล็อคกุญแจอยู่ 14 ตู้ แม่ชีคิดว่านายสมชายคงมาเปิดเอาเงินบริจาคไปเก็บ เลยไม่ได้คิดอะไร พอช่วง 8 โมงนายสมชายขึ้นมาบนศาลา แม่ชีเลยถามว่ามาเอาเงินในตู้บริจาคไปทำไมไม่ล็อคตู้ให้ดี นายสมชายบอกว่าตนเองไม่ได้เอาไป แม่ชีจึงรู้ว่าตู้ถูกงัดแน่นอน จึงทำการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

อาจารย์ทรงชัย สิงห์เพ็ชร อาจารย์สอน กสน.เขตสายไหม เปิดเผยว่า อุปกรณ์การสอนหนังสือ เช่น ลำโพง ไมค์ มูลค่าหลายพันบาท ได้หายไปจากห้องที่อยู่ชั้นล่างขอศาลาการเปรียญวัดเกาะสุวรรณาราม ห้องไม่พบรอยถูกงัด จึงแจ้งไปที่เจ้าหน้าที่ว่ามีของหาย ปรากฏว่าทางวัดก็แจ้งกลับมาว่าข้างบนศาลาตู้บริจาคก็ถูกงัดเช่นกัน น่าจะเป็นคนร้ายคนเดียวกัน

ต่อมาเวลา 11.30 น.พ.ต.อ.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผกก.สน.สายไหม ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตามจับตัวนายเตย(นามสมมุติ)อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาไว้ได้ที่บ้านพักย่านซอยสวัสดี เขตสายไหม กทม. ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุงัดตู้เงินบริจาคและงัดห้องเก็บอุปกรณ์การสอนหนังสือ ได้อย่างรวดเร็ว และจากการตรวจสอบประวัติคนร้ายพบ ก่อเหตุในลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว

จากการสอบสวนคนร้าย คนร้ายเล่าว่า ได้ปั๊มกุญแจห้องเก็บอุปกรณ์การเรียนไว้หนึ่งชุด พอช่วงเวลากลางคืนของวันที่ 23 ได้เข้าไปขโมยของออกมา แล้วนำไปซุกซ่อนไว้ในห้องน้ำชั้นล่างของศาลาที่อยู่บริเวณด้านข้าง จากนั้นคืนเดียวกันก็ขึ้นไปงัดเงินบริจาคด้านบนศาลาต่อ โดยคนร้ายได้แอบปลดล็อคกลอนหน้าต่างที่อยู่ริมบันไดทิ้งไว้ เพราะช่วงเวลากลางวันพระได้ใช้ให้คนร้ายขึ้นไปบนศาลาเพื่อช่วยทายากันปลวก คนร้ายจึงใช้โอกาสนี้ปลดล็อคกลอนหน้าต่าง คนร้ายจึงใช้ช่องทางนั้นเป็นทางเข้าออก และก่อเหตุดังกล่าว