นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ได้เขียนข้อความผ่านเฟชบุคส่วนตัว ระบุถึงเกมการต่อรองตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเสนอชื่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาของพรรค เข้าชิงในการประชุมสภาฯเพื่อเลือกตำแหน่งประธานและรองประธานฯในวันนี้ ว่าเป็นการต่อรองที่จะสร้างความหนักใจให้กับพรรคพลังประชารัฐ โดยระบุว่า

"สถานการณ์ น่าจับตามองเชิงการเมืองขั้นเซียนเหยียบเมฆ กับ “ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร”

พรรค ปชป.เป็นพรรคตัวแปร ที่หากยังไม่ร่วมกับ พปชร. แต่สามารถได้ตำแหน่งประธานสภาฯไปฟรีๆได้ไม่ยาก

สถานการณ์อย่างนี้เขาเรียกว่า”ตีกิน” เป็นเชิงการเมืองที่มาเหนือชั้น ขั้นเซียนเหยียบเมฆ เอาตำแหน่งหัวกะทิ หรือ พุงปลาไปกินหน้าตาเฉยเป็นการรบชนะโดยไม่เสียกำลังพล

ให้สถานการณ์พาไป โดยไม่ต้องต่อรอง โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยน ไม่ต้องขอให้สนับสนุน
ซีก พปชร.จะสนับสนุนหรือจะลงคะแนนให้หรือไม่ คิดเอาเอง

ยุ่งละซิ เป็นการใช้เชิงการเมืองรอบแรก ที่ได้กับได้โดยไม่ต้องต่อรอง ไม่ต้องออกแรง ไม่ต้องแลกเปลี่ยน

หากซีกฝ่าย พปชร. ไม่ลงคะแนนให้คนของ ปชป.คะแนนก็จะไปตกให้กับคนที่ พท.เสนอ นั่นหมายความว่า แม้ว่าจะตั้งรัฐบาลได้ รัฐบาลขั้วของ พปชร.ก็จะทำงานลำบาก

หาก พปชร.ส่งคนของตัวเองไปแข่งเป็นประธานสภาเอง ปชป.ไม่ลงคะแนนให้ ก็จะแพ้ พท.อีก

หาก พปชร.ไม่ต้องการให้คนของ พท.ได้เป็น ก็ต้องเลือกคนของ ปชป.ซึ่งถือว่า ยังไม่เข้าพวกหรือยังเป็นคนละพวกกันอีก รัฐบาลซีก พปชร. ก็จะทำงานยากอีก แต่ก็ยังดีกว่า พท. เพราะยังไม่ถึงกับเป็นคนละขั้วอย่างชัดเจน

หมากนี้ สถานการณ์แบบนี้ เป็นการตีกิน ตำแหน่งประธานสภา ของ ปชป.โดยไม่ต้องออกแรง ไม่ต้องต่อรองจริงๆ

งานนี้ ไม่ว่า ซีก พปชร. จะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุน ปชป. ไปๆมาๆ พปชร.ก็ต้องเสียตำแหน่ง ประธานสภาไปให้กับ พท.หรือ ปชป.ไปโดยไม่ได้อะไรเลย

ไหนๆจะเสียแล้ว หากจำเป็นต้องการให้ ปชป.เข้ามาร่วมกลุ่มเดียวกัน (ซึ่งจริงๆสุดท้ายแล้วไม่รู้ ปชป.จะมาหรือเปล่า) สุดท้ายก็จะต้องถูกต่อรองเรียกร้องหนักขึ้น จนแทบหมดตัว เพราะเงื่อนไขต่อรองของ ปชป.มีสูง

ที่ผ่านมา พปชร.ไปตกลงกับพรรคอื่นๆก็เสียกระทรวงสำคัญๆไปมากแล้ว

งานนี้มาเจอเชิงการเมืองแบบนี้ดูสถานการณ์ทางการเมืองไม่น่าจะดีเสียแล้ว"