16 พ.ค. 2562 นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า บอร์ดมีมติอนุมัติตามข้อเสนอเรื่องการยุติข้อพิพาทและดำเนินโครงการระบบทางด่วนขั้นที่2 (ทางด่วนศรีรัชรวมถึงส่วนดี) และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ดที่ศาลปกครองให้ กทพ.จ่ายค่าชดเชยกรณีสร้างทางแข่งขัน และการปรับขึ้นค่าผ่านทางไม่เป็นธรรมให้กับ บริษัท กรุงเทพทางด่วนเหนือ จำกัด (NECL) บริษัทในเครือ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ(บีอีเอ็ม) โดยอนุมัติให้ กทพ.ขยายสัมปทานทางด่วน 3 สัญญา จำนวน 30 ปี นับจากวันที่แต่ละสัญญาสิ้นสุดลง เพื่อแลกกับมูลหนี้ทั้งหมด โดยจะไม่มีการฟ้องอะไรกันอีก
          
ทั้งนี้ที่ผ่านมาการเจรจาร่วมบีอีเอ็ม ยอมปรับลดมูลหนี้ที่เกิดจากข้อพิพาท และมูลหนี้ที่คาดว่าจะเป็นข้อพิพาทในอนาคต รวมทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านบาท เหลือราว 5.9 หมื่นล้านบาทแล้ว เป็นผลให้การเจรจาในครั้งนี้ กทพ.จะขยายสัมปทานเพื่อแลกกับมูลหนี้ ประกอบไปด้วยโครงการ 1.ทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) 2.ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วนดี ช่วงพระราม 9 – ศรีนครินทร์ และ 3.ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด

สุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) (กทพ.)

นอกจากนี้จะมีการปรับลดค่า ผ่านทางบางด่านและก่อสร้างทางลงเชื่อมสถานีกลางบางซื่อ ส่วนการก่อสร้างทางด่วน 2 ชั้นจากอโศก-ประชาชื่น ให้ดำเนินการภายใน 2 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หากไม่สามารถก่อสร้างจะลดอายุสัญญาสัมปทานทางด่วน 2 จาก 30 ปีเหลือ 15 ปี สำหรับสัดส่วนการแบ่งรายได้ กทพ. 60 %เอกชน 40% และปรับค่าผ่านทางทุกๆ 10 ปี ในอัตรา 10 บาท 

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเร่งส่งเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อให้คณะกรรมการกำกับสัญญา พิจารณาและเสนอครม.ต่อไป โดยระหว่างนี้อัยการสูงสุดจะตรวจร่างสัญญา ซึ่งหากครม.เห็นชอบตามผลการเจรจาการขยายเวลาสัญญาทางด่วนแต่ละสัญญาออกไป 30 ปี จะมีการเซ็นสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม กับ บีอีเอ็มใน 3 โครงการ ดังกล่าว แต่ส่วนของสัญญาเดิมที่จะยังไม่สิ้นสุด จะยังคงเป็นไปตามตามเงื่อนไขเดิมจนครบสัญญา