โดย“เต้ยเป๋าตุง”...

เพิ่งจะจบฤดูกาล 2018 - 2019 ไปหมาดๆ สำหรับการแข่งขันฟุตบอล “พลีเมียร์ลีก” ของประเทศอังกฤษ ชนิดที่ต้องลุ้นกันถึงนัดสุดท้ายว่าทีมไหนจะได้เป็นแชมป์ระหว่าง “เรือใบสีฟ้า - แมนเชสเตอร์ ซิตี้” กับ “หงส์แดง – ลิเวอร์พูล” ซึ่งสุดท้ายทีมเรือใบสีฟ้าก็คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

หลังปิดฤดูกาลเพียงแค่ข้ามคืน ก็มีกระแสข่าวล่องลอยออกมามาจากสื่อในทวีปเอเซีย ว่า “นายทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่หลบนีคดีไปยังต่างแดน กำลังเจรจาเพื่อซื้อสโมสรดังในดินแดนผู้ดีอีกครั้ง...!

โดยความสนใจของอดีตผู้นำไทยครั้งนี้ถูกระบุไปที่สโมสร “คริสตัล พาเลซ” หรือฉายา “ปราสาทเรือนแก้ว” ซึ่งเป็นทีมฟุตบอล ในศึกพลีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี โดยหลังจบฤดูกาล 2561-2562 พวกเขาจบอยู่อันดับที่ 12 ของตารางตะแนน จากจำนวนทั้งหมด 20 สโมสร

ทั้งนี้ เมื่อช่วงปี 2006-2008 “นายทักษิณ” เคยควักกระเป๋าจำนวน 82 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3.4 พันล้านบาท เพื่อซื้อสโมสรแมนฯ ซิตี้ ทีมแชมป์ในปัจจุบัน ก่อนขายต่อให้กับ “ชีคห์ มานซูร์” ราชวงศ์จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นเศรษฐีน้ำมันกลุ่ม The Abu Dhabi United Group for Development

โดยการขายต่อในครั้งนั้น “นายทักษิณ” ฟันกำไรเกือบ 100% จากการขายแมนฯซิตี้ ไปในราคาเฉียด 200 ล้านปอนด์ หลังจากที่เข้าบริหารกิจการได้เพียงแค่ 1 ปีกว่าๆเท่านั้น

ในรายงานข่าวยังระบุอีกด้วยว่า การเข้าเทกโอเวอร์“คริสตัล พาเลซ” ในครั้งนี้ อดีตนายกฯของไทย จะให้ “บิ๊กฮั่น - มิตติ ติยะไพรัช” ประธานสโมสร สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมดังในศึกไทยพรีเมียร์ลีก และยังเป็นลูกชายของ "ยงยุทธ-สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช" ไปนั่งบริหารทีม “คริสตัล พาเลซ” ร่วมกับ “โอ๊ค – พานทองแท้ ชินวัตร” หลังจากอกหักในทางการเมือง และให้ “รอย ฮอดจ์สัน” ยังเป็นผู้จัดการทีมต่อไป

โดย "นายมิตติ ติยะไพรัช" ประธานสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ออกมาตอกย้ำข่าวกับสื่อมวลชน ว่า นายทักษิณ ชินวัตร กำลังเจรจาซื้อทีมคริสตัล พาเลซ ด้วยเงินจำนวน 150 ล้านปอนด์ (6,225 ล้านบาท)

แต่ล่าสุด "เว็บไซต์สแตนดาร์ด สปอร์ต" สื่อชื่อดังทางฝากฝั่งของอังกฤษ ระบุว่า "สตีฟ แพริช" ประธานสโมสรคริสตัล พาเลซ ไม่เคยพูดคุยกับ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯของไทยและอดีตเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี เกี่ยวกับการเทคโอเวอร์สโมสรในราคา 150 ล้านปอนด์

โดยทางสแตนดาร์ด สปอร์ต ยังระบุด้วยว่า "สตีฟ แพริช" มีความตั้งใจเปิดเจรจากับบุคคลที่เหมาะสม เนื่องจากเขากำลังหาทางเพิ่มทุนเพื่อปรับปรุงรังเหย้าสนาม “เซลเฮิสต์ พาร์ก” ด้วยจำนวนเงิน 100 ล้านปอนด์ และมีแผนยกเครื่องศูนย์ฝึกพัฒนานักเตะเยาวชน เช่นเดียวกับเป็นทุนสนับสนุน "รอย ฮอดจ์สัน" ผู้จัดการทีม ในการซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพสู้ศึกพรีเมียร์ลีก

สำหรับ “คริสตัล พาเลซ” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน ค.ศ.1905 มีสนามประจำสโมสรคือ “เซลเฮิสต์ พาร์ก” มีความจุ 25,456 ที่นั่ง เคยเล่นในฟุตบอลดิวิชั่น 1 ของอังกฤษ (พรีเมียร์ลีก ในปัจจุบัน) ทั้งหมด 34 ครั้ง ปัจจุบันเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก โดยสโมสรคริสตัลพาเลซเป็นทีมฟุตบอลประจำเมือง คริสตัลพาเลซ โดยสโมสรแห่งนี้มีการประเมินราคารวมค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันด้วย ก็จะอยู่ที่ 225 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 9,200 ล้านบาท

...ประเด็นการเจรจาขอซื้อสโมสรคริสตัล พาเลซ ของ “นายทักษิณ” คงจะเป็นเรื่องยากเพราะมีการประเมินราคาแพงกว่าแมนฯซิตี้ถึงเท่าตัว ถ้าหากต้องการจะเทกโอเวอร์เพื่อเข้าไปพัฒนาสโมสรนี้อย่างจริงจัง “นายทักษิณ” คงต้องควักเงินเพิ่มจาก 150 ล้านปอนด์ เป็น 225 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตามทาง "สตีฟ แพริช" ประธานสโมสรฯ เองได้ออกมาระบุว่าแค่เพียงต้องการระดมทุนในการปรับปรุงสนามเหย้าใหม่เท่านั้น หรือข่าวนี้เป็นเพียวแค่ข่าวลือ เพื่อหวังผลทางการเมือง หรือหากซื้อจริงก็แค่หวังเพียงผลกำไรเหมือนเมื่อครั้งซื้อ-ขายทีมแมนฯซิตี้เท่านั้น...