เกมสุดท้ายของฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หลังจากที่เริ่มต้นแข่งขันกันมาตั้งแต่ นัดแรก ยังไม่ทราบว่าทีมใด จะได้ครองถ้วยแชมป์ ระหว่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่พลัดกันนำ พลัดกันตามแบบใจหายใจคว่ำมาตลอดจนถึงในนัดสุดท้าย แต่ฟุตบอล ลูกกลมๆ ฝีเท้า ฝีมือ สมอง โชค .... อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

และอย่างที่ทราบกันดีว่า ทางพรีเมียร์ลีก ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าโดยทำถ้วยแชมป์ขึ้นมา 2 ใบ โดยถ้วยหนึ่งอยู่ที่สนามไบรท์ตัน ไว้สำหรับแมนซิฯ โดยจะมีคลอเดีย อาร์นีย์ รักษาการประธานพรีเมียร์ลีก เป็นคนมอบ ขณะที่สนามแอนฟิลด์ ก็เตรียมไว้เช่นกัน โดยจะมี ริชาร์ด มาสเตอร์ส รักษาการ CEO เป็นคนมอบ

ความพร้อมของ ลิเวอร์พูล หลังได้ความมั่นใจจากการไล่ถล่ม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา 4-0 ล่าสุด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะกลับมาลงเล่นนัดนี้ได้ หลังจากที่แพทย์ไม่อนุญาตให้ลงสนามเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ อาจจะไม่ได้ลงเล่น หรือถ้าผ่านการทดสอบความฟิต น่าจะมีชื่อเป็นตัวสำรองเท่านั้น ขณะที่ ดิว็อค โอริกี ฮีโร่นัดที่ผ่านมาน่าจะได้ลงเล่นต่อเนื่อง หลังรีดฟอร์มเทพในช่วงเวลาสำคัญได้อย่างตรงเวลา

“เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือให้สัมภาษณ์ว่า มีความเป็นไปได้ที่เราจะคว้าแชมป์ แต่สิ่งสำคัญที่สุด ต้องทำแต้มให้ได้สูงสุด คือ 97 คะแนน แล้วหลังจากก็รอดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมยอมรับกับมันได้อย่างแน่นอน เพราะเราทำแต้มถึง 97 คะแนนแล้ว ถ้ามันจะไม่ได้แชมป์ ก็คงจะไม่มีใครว่าอะไรเราหรอก

นัดนี้ “หงส์แดง” ต้องเดินลงสนามด้วยสองเงื่อนไขนั่นคือ การเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ให้ได้ก่อนเป็นอย่างแรก พร้อมกับการวิงวอนให้ แมนซิฯ สะดุดยอดหญ้าที่ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม และแม้ทั้งในทางทฤษฎี และปฏิบัติ โอกาสที่เราจะเห็น “เรือใบสีฟ้า” พลาดท่านั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ในโลกใบนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะมนต์เสน่ห์เกมลูกหนังที่ สามารถพลิกไปพลิกมาได้ในทุกๆ วินาที ฉะนั้น สิ่งเดียวที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ และลูกทีมควรจะโฟกัสก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่จะคิดไปถึงการให้ แมนซิฯ สะดุดนั่นก็คือ ลงไปเล่นในเกมนัดสุดท้ายของซีซั่นกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ด้วยความสนุก ด้วยความสุข และเหนือสิ่งอื่นใดนั่นคือ “ชัยชนะ”

ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ไมมีตัวเก่งอย่าง แฟร์นานดินโญ่ และ เควิน เดอ บรอยน์ แต่ 2-3 นัดหลัง ไม่ค่อยมีปัญหา ยังสามารถเก็บชัยชนะได้ นักเตะอย่าง อิลคาย กุนโดกัน และ ดาบิด ซิลบา ลงมาเล่นแทน ส่วนตัวรุกชุดเดิม เซร์คิโอ อเกวโร่ ราฮีม สเตอร์ลิง และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา พร้อมลุย ไบรท์ตัน เต็มที่

“เป๊ป กวาร์ดิโอลา” กุนซือกล่าวว่า เกมนัดสุดท้ายอยู่ในมือของเรา อยู่ที่เราเท่านั้น ไม่ต้องไปสนใจผลการแข่งขันของใคร ขอเพียงเราชนะ เราก็จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก มาครอง ซึ่งถ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี ทำได้ จะเป็นทีมที่ต่อจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นแชมป์ และป้องกันแชมป์ได้

หลายๆ ปัจจัยนั้นอาจเทไปทางด้าน “เรือใบสีฟ้า” มากกว่า ทั้งประสบการณ์ ขุมกำลัง และรูปแบบการเล่น แต่หลาย ๆ คนก็เชื่อว่า “หงส์แดง” ที่มาไกลขนาดนี้ ก็คงไม่ยอมปล่อยให้สิ่งที่พวกเขาสู้กันมากว่า 7-8 เดือน พังลงไปง่าย ๆ อย่างแน่นอนส่วนใครจะเข้าวินคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครอง ....อีกไม่กี่ชั่วโมงรับรองได้ลุ้นกันเยี่ยวแตกแน่นอน ดีไม่ดี อาจจะมี ดราม่านัดส่งท้ายพรีเมียร์ก็เป็นไปได้