นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการให้สิทธิประโยชน์ทดแทนในกรณีการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะแก่ผู้ประกันตนว่า ปัจจุบันผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะได้ 5 รายการ ประกอบด้วย การผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ ปอด ตับ ตับอ่อน และการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะมากกว่าหนึ่งอวัยวะพร้อมกัน ได้แก่ หัวใจและปอด หัวใจและไต ตับ และไต ตับอ่อนและไต ซึ่งโรคดังกล่าวไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ จึงต้องได้รับการรักษาโดยการปลูกถ่ายเปลี่ยนอวัยวะ ซึ่งการให้สิทธิการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะดังกล่าว จะทำให้ผู้ประกันตนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนมีคุณสมบัติตามข้อบ่งชี้และตามหลักเกณฑ์ตามที่กำหนด ก็สามารถเข้ารับการผ่าตัด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งในการเข้ารับการใช้สิทธิผู้ประกันตนต้องยื่นขอและได้รับการอนุมัติสิทธิก่อนเข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลในความตกลงตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราบริการทางการแพทย์ ซึ่งสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่ารักษาทั้งผู้บริจาคอวัยวะ และผู้รับบริจาค ได้รับสิทธิครอบคลุมค่าใช้จ่าย ดังนี้ 1. ค่าเตรียมการผ่าตัดผู้บริจาคที่สมองตาย ผู้บริจาคที่มีชีวิต และผู้รับบริจาค 2. ค่าใช้จ่ายเมื่อเข้ารับการผ่าตัดของผู้รับบริจาค กรณีมีภาวะแทรกซ้อน และกรณีไม่มีภาวะแทรกซ้อน 3. ค่าใช้จ่ายหลังการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรักษา การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจระดับยากดภูมิคุ้มกัน ยากดภูมิคุ้มกัน (ตลอดชีวิต)

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการรักษาต่อเนื่องโดยแพทย์เจ้าของไข้และแพทย์สาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 2 ปี ภายหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะแล้ว ผู้ประกันตนจะได้รับการโอนสิทธิรักษาพยาบาลมายังโรงพยาบาลที่ทำการผ่าตัดดังกล่าว สำหรับสถานพยาบาลที่เข้าร่วมให้บริการทางการแพทย์กรณีปลูกถ่ายอวัยวะกับสำนักงานประกันสังคม มี 5 แห่ง โดยสถานพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้บริการทางการแพทย์กรณีปลูกถ่ายอวัยวะทั้ง 5 รายการ คือ หัวใจ ปอด ตับ ตับอ่อน และปลูกถ่ายมากกว่า 1 อวัยวะพร้อมกัน คือหัวใจและปอด หัวใจและไต ตับและไต ตับอ่อนและไต และอีก 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ให้บริการทางการแพทย์กรณีปลูกถ่ายตับอย่างเดียว

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมกล่าวในตอนท้ายว่า ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมให้การดูแลผู้ประกันตนที่มาขอยื่นรับสิทธิการปลูกถ่ายอวัยวะแล้ว จำนวน 85 ราย ซึ่งสำนักงานประกันสังคมพร้อมดูแลผู้ประกันตนที่ต้องการเข้ารับการปลูกถ่ายอวัยวะตามสิทธิของผู้ประกันตน