เมื่อเวลา 08.00น.วันที่ 28 เม.ย.นายทวีป คำแพงเมือง หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวเปิดเผยว่า ตลอดสัปดาห์ผ่านมาได้เกิดไฟลุกไหม้บนภูวัวหรือเขตรักษาพันธุ์ป่าภูวัวซึ่งมีเนื้อที่อยู่ 116,562 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ คือในเขตอำเภอบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง เพลิงได้ลุกไหม้ทุกทิศทางและลามขึ้นไปบนภูวัวเสียหายไปแล้วประมาณ 5-600ไร่- จึงส่งผลกระทบกับพื้นที่อาหารสัตว์ป่าที่มีน้อยอยู่แล้วเช่น ช้างป่าที่มีอยู่ประมาณ 50 ตัว ต้องขาดแคลนอาหารกิน ซึ่งปกติก็มีน้อยอยู่แล้ว ทำให้ช้างป่าต้องลงมากินด้านล่าง อาศัยอยู่ตามแนวป่าที่ไฟยังไม่ไหม้หรือแหล่งน้ำเช่นลำห้วยบังบาตร แล้วเข้าไปหากินในพื้นที่อาศัยของคน เช่นป่ากล้วยและสวนยางพาราชาวบ้านภูเงินและทุ่งทรายจกจึงได้รับผลกระทบไปด้วย
ด้านนายพีรเชษฐ์ สีบุญ เลขานุการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ เล่าว่าเมื่อ 2 วันก่อน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุเพลิงไหม้ที่ป่าสงวนแหงชาติทุ่งใหญ่ บริเวณพื้นที่บ้านโคดกระแช หมู่ที่ 2 บ้านโนนยางคำ หมู่ที่ 7 บ้านดอนสวรรค์ หมู่ที่ 8 บ้านโคกแสงทอง หมู่ที่ 15 จึงรายงานให้ นายอุบล พหลทัพ นายก อบต.บ้านต้องนำรถดับเพลิงรุดไปยังที่เกิดเกตุ พร้อมประสานรถดับเพลิงพื้นที่ใกล้เคียง เช่น อบต.โสกก่ามและอบต..บึงงาม เข้ามาให้การช่วยเหลือดับไฟ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังฝ่ายปกครองผู้นำชุมชนแต่ละบ้าน หน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลจุดบึงโขงหลงออกมาช่วยกันสกัดและดับไฟในครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าไฟได้ลุกลามป่ากินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างประมาณ 3-400 ไร่
นายพีรเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ไฟยังได้ลุกไหม้ในเขตรักษาพันสัตว์ป่าภูวัวด้านติดกับบ้านภูเงิน หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งทรายจกหมู่ที่ 10 มาเป็นเวลา 7-8 วันแล้ว การดับไฟในครั้งนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะเป็นป่ารกทึบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงได้ ไฟได้ลุกไหม้โหมกระหน่ำบวกกับช่วงที่เกิดไฟลุกไหม้มีลมพัดแรงจึงลุกไหม้ป่าและหญ้าที่แห้งได้อย่างรวดเร็ว กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างจากน้ำตกตาดปอถึงน้ำตกซะแนน เป็นพื้นที่หลายร้อยไร่คงเหลือสภาพป่าแถวหน้าวัดผาน้ำหยาดที่มีพระและชาวบ้านนำน้ำไปช่วยกันฉีดสกัดดับไฟได้บ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าตั้งแต่เข้าหน้าแล้งมีเหตุเพลิงไหม้ป่าทั่วทั้งจังหวัดบึงกาฬ หลายพื้นที่เกือบทุกอำเภอรถดับเพลิงต้องได้ออกปฏิบัติงานทุกวันและเตรียมเผชิญเหตุทุกเวลา ไฟได้สร้างความเสียหายและสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจไม่น้อย แหล่งข่าวคนหนึ่งเปิดเผยว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้เกิดจากน้ำมือมนุษย์แน่นอน บางคนก็ไม่มีเจตนาเพียงสะเพร่าหรือประมาท แต่มีบางคนเจตนาเผาป่าไล่หรือล่าสัตว์ เช่นเผาป่าไล่ช้างที่ลงมาหากินตามสวนทำให้พืชผักเสียหาย ยิ่งเผาป่ายิ่งทำให้ช้างด้านบนภูวัวไม่มีที่อยู่ที่กิน จึงลงมาหากินด้านล่างในพื้นที่อาศัยของคน แต่ยังโชคดีอยู่บ้างเพราะช่วงกลางดึกจนถึงรุ่งเช้าวันนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ไฟที่ลุกไหม้มอดดับไปด้วย จะมีอยู่บ้างที่คุกรุ่นอยู่ตามขอนหรือตอไม้ใหญ่เท่านั้น เจ้าหน้าที่ไฟป่ากว่า 200 นายบวกกับฝ่ายปกครอง ชาวบ้านและพระสงฆ์ก็ได้ช่วยกันเข้าไปดับไฟ คาดว่าจะสามารถดับได้สนิทภายใน 1-2 วันนี้แน่นอน.
ด้านนายพีรเชษฐ์ สีบุญ เลขานุการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ เล่าว่าเมื่อ 2 วันก่อน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุเพลิงไหม้ที่ป่าสงวนแหงชาติทุ่งใหญ่ บริเวณพื้นที่บ้านโคดกระแช หมู่ที่ 2 บ้านโนนยางคำ หมู่ที่ 7 บ้านดอนสวรรค์ หมู่ที่ 8 บ้านโคกแสงทอง หมู่ที่ 15 จึงรายงานให้ นายอุบล พหลทัพ นายก อบต.บ้านต้องนำรถดับเพลิงรุดไปยังที่เกิดเกตุ พร้อมประสานรถดับเพลิงพื้นที่ใกล้เคียง เช่น อบต.โสกก่ามและอบต..บึงงาม เข้ามาให้การช่วยเหลือดับไฟ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังฝ่ายปกครองผู้นำชุมชนแต่ละบ้าน หน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลจุดบึงโขงหลงออกมาช่วยกันสกัดและดับไฟในครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าไฟได้ลุกลามป่ากินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างประมาณ 3-400 ไร่
นายพีรเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ไฟยังได้ลุกไหม้ในเขตรักษาพันสัตว์ป่าภูวัวด้านติดกับบ้านภูเงิน หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งทรายจกหมู่ที่ 10 มาเป็นเวลา 7-8 วันแล้ว การดับไฟในครั้งนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะเป็นป่ารกทึบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงได้ ไฟได้ลุกไหม้โหมกระหน่ำบวกกับช่วงที่เกิดไฟลุกไหม้มีลมพัดแรงจึงลุกไหม้ป่าและหญ้าที่แห้งได้อย่างรวดเร็ว กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างจากน้ำตกตาดปอถึงน้ำตกซะแนน เป็นพื้นที่หลายร้อยไร่คงเหลือสภาพป่าแถวหน้าวัดผาน้ำหยาดที่มีพระและชาวบ้านนำน้ำไปช่วยกันฉีดสกัดดับไฟได้บ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าตั้งแต่เข้าหน้าแล้งมีเหตุเพลิงไหม้ป่าทั่วทั้งจังหวัดบึงกาฬ หลายพื้นที่เกือบทุกอำเภอรถดับเพลิงต้องได้ออกปฏิบัติงานทุกวันและเตรียมเผชิญเหตุทุกเวลา ไฟได้สร้างความเสียหายและสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจไม่น้อย แหล่งข่าวคนหนึ่งเปิดเผยว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้เกิดจากน้ำมือมนุษย์แน่นอน บางคนก็ไม่มีเจตนาเพียงสะเพร่าหรือประมาท แต่มีบางคนเจตนาเผาป่าไล่หรือล่าสัตว์ เช่นเผาป่าไล่ช้างที่ลงมาหากินตามสวนทำให้พืชผักเสียหาย ยิ่งเผาป่ายิ่งทำให้ช้างด้านบนภูวัวไม่มีที่อยู่ที่กิน จึงลงมาหากินด้านล่างในพื้นที่อาศัยของคน แต่ยังโชคดีอยู่บ้างเพราะช่วงกลางดึกจนถึงรุ่งเช้าวันนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ไฟที่ลุกไหม้มอดดับไปด้วย จะมีอยู่บ้างที่คุกรุ่นอยู่ตามขอนหรือตอไม้ใหญ่เท่านั้น เจ้าหน้าที่ไฟป่ากว่า 200 นายบวกกับฝ่ายปกครอง ชาวบ้านและพระสงฆ์ก็ได้ช่วยกันเข้าไปดับไฟ คาดว่าจะสามารถดับได้สนิทภายใน 1-2 วันนี้แน่นอน.