ภายหลังจากที่มติ กกต. ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โอนหุ้นบริษัท วี-ลัคมีเดีย ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อให้แก่มารดา ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมาก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตามที่มีผู้ร้องเรียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ตรวจสอบนั้น

ล่าสุดนายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Pat Hemasuk ระบุว่า จุดตายของทนาทานนั้นมีอีกจุดที่น่ากลัวสำหรับคนที่รู้กฎหมาย ผมอยากจะบอกว่าคดีของ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่ศาลพิพากษาให้จำคุก 20 ปีนั้นเกิดจากเหตุเบื้องต้นเริ่มแรกของคดีจากการที่ทำสำเนารายงานการประชุมของกรรมการบริษัทอันเป็นเท็จ นั่นคือต้นเหตุนับหนึ่งของคดีที่ไหลลามไปถึงเหตุอื่นๆ โยงไปยังธนาคารกรุงไทยด้วยในตอนหลัง

คดีของทนาทานนั้นเรื่องถือหุ้นก่อนหรือหลังตามที่กฎหมายกำหนดนั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญเพียงหนึ่งเดียวของทนาทานหรอกครับ แต่เรื่องรายการการประชุมกรรมการบริษัทที่อาจจะพิสูจน์ในชั้นศาลได้ภายหลังว่าเป็นเท็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนกรรมการที่เข้าประชุมที่มีจำนวนผิดปกติ และการโอนหุ้นไปมาหลายทอดเพื่อกลบเกลื่อนจำนวนกรรมการที่เข้าประชุมแบบไร้เหตุผลที่ดีมารองรับต่างหากที่เป็นจุดตายอีกจุดของคดีนี้

เพราะเรื่องแรกก็คุก เรื่องหลังก็คุก ประเด็นเรื่องนี้จึงน่ากลัวกว่าเสียอีก เพราะถ้าเมื่อไรที่ตัดสินใจยื่นเอกสารต่อทางการที่มีโอกาสพิสูจน์ภายหลังได้ว่าเป็นเอกสารที่เป็นเท็จ จุดจบคงไม่ต่างกับคดีของ สนธิ ลิ้มทองกุล

นี่แหละครับที่ผมบอกว่าน่ากลัว และอาจจะน่ากลัวกว่าคดีแรกเสียอีกเพราะไม่ใช่แต่ลูกเท่านั้นที่ติดคุก อาจจะลากขาแม่ไปติดคุกด้วยก็เป็นได้