ภายหลังนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงยืนยันว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่โอนหุ้นบริษัท วี-ลัคมีเดีย ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อให้แก่มารดา ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมาก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จึงไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติตามที่มีผู้ร้องเรียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ตรวจสอบนั้น

ล่าสุดสำนักข่าวอิศราได้เผยแพร่ข้อความจับพิรุธช่วงเวลาโอนหุ้นของ นายธนาธร ระบุว่า "....การใช้จีพีเอสเพื่อคำนวณหาเส้นทาง และเวลาการเดินทางนั้นก็มีปัจจัยหลายอย่างที่จะทำให้เกิดความคาดเคลื่อนได้ อาทิ ความผิดพลาดของโปรแกรม สภาพการจราจร ณ เวลานั้น รวมไปถึงความชำนาญของผู้ขับรถยนต์ แต่เมื่อนำไปเทียบเคียงกับคำชี้แจงของ นายปิยบุตร ที่ระบุว่า "ในวันที่ 8 ม.ค.นั้นนายธนาธรได้หาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ในช่วงเช้าและขึ้นเวทีในช่วงบ่าย ก่อนที่จะขึ้นรถตู้กลับมาจาก จ.บุรีรัมย์ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อจะมาทำภารกิจในการโอนหุ้น" จะพบว่า ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก นายธนาธร จะเดินทางออกจากบุรีรัมย์ในช่วงบ่าย และมาถึงด่านธัญบุรี ช่องทางที่ 14 ในช่วงเวลา 14.57 น. ระยะเวลาห่างกันไม่ถึงสองชั่วโมง ตามที่นายปิยบุตร กล่าวอ้าง..."

"ในวันที่ 8 ม.ค.นั้นนายธนาธรได้หาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ในช่วงเช้าและขึ้นเวทีในช่วงบ่าย ก่อนที่จะขึ้นรถตู้กลับมาจาก จ.บุรีรัมย์ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อจะมาทำภารกิจในการโอนหุ้น โดยมีหลักฐานเป็นค่าใบเสร็จอีซี่พาสชัดเจนว่านายธนาธรได้มาถึงกรุงเทพประมาณ 4 โมงเย็น โดยข้อมูลในใบเสร็จอีซี่พาสระบุว่าเป็นช่วงเวลาประมาณบ่าย 3 โมง และในวันที่ 8 ม.ค.นายธนาธรก็ได้นอนค้างอยู่ที่บ้าน ก่อนที่วันที่ 9 ม.ค.นายธนาธรจะได้เดินทางด้วยเครื่องบินไปทำภารกิจที่ จ.นครศรีธรรมราช ในช่วงเช้า"

เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกรณีการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงเป็นทางการต่อสาธารณชน ในช่วงสายวันที่ 22 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา

โดยก่อนหน้านี้ สำนักข่าวอิศรา เคยนำเสนอข้อมูลไปแล้วว่า ในวันที่ 8 ม.ค. 2562 ที่นายธนาธร ยืนยันมาตลอดว่า โอนหุ้นให้กับนางสมพร และอยู่ กทม. แต่ปรากฏข้อมูลจากสื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า วันดังกล่าว นายธนาธรลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ หาเสียงอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยปรากฏภาพข่าวผ่านเว็บไซต์สำนักข่าวหลายแห่ง (อ่านประกอบ : 8 ม.ค.62 ‘ธนาธร’ช่วยผู้สมัครหาเสียง จ.บุรีรัมย์ วันเดียวโอนหุ้นให้‘สมพร’-เจ้าตัวยันอยู่กทม., เปิดภาพชุด 7- 9 ม.ค. ‘ธนาธร’ อยู่ที่ไหน? ก่อนปมโอนหุ้น บ.วี-ลัคฯ ให้แม่ 8 ม.ค.62)

ทั้งนี้ เพื่อตรวจสอบยืนยันข้อเท็จจริงจากคำชี้แจงล่าสุดของ นายปิยบุตร

เบื้องต้น สำนักข่าวอิศราได้ตรวจสอบข้อมูลในใบเสร็จอีซี่พาสที่ทางพรรคอนาคตใหม่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณชนเพิ่มเติมพบรายละเอียดการเดินทางดังต่อไปนี้

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ได้มีการใช้บัตรอีซี่ พาส ขาเข้าที่ด่านธัญบุรี ช่องทางที่ 14 โดยเวลาที่ผ่านด่านเก็บเงินที่ 14.57 น.

ขณะที่รายชื่อของเจ้าของบัตรอีซี่พาสดังกล่าวนั้นแม้จะถูกปิดเอาไว้แต่ก็ปรากฏว่ามีไม้หันอากาศ และตัวการันต์เป็นส่วนประกอบของชื่อด้วย จึงไม่ใช่บัตรอีซี่พาสของนายธนาธร?

เบื้องต้น สำนักข่าวอิศรา ได้ลองคำนวณเวลาการเดินทางจาก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มายังด่านธัญบุรี ขาเข้า ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยใช้จีพีเอสจากโปรแกรม Google Maps บนสมาร์ตโฟนก็พบรายละเอียดดังต่อไปนี้

จากข้อมูลดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า การเดินทางจากอ. สตึก จ.บุรีรัมย์ มายังด่านธัญบุรีใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 27 นาที และมีระยะทางประมาณ 402 กิโลเมตร

ดังนั้นถ้าหากนำเวลา 14.57 น.ที่นายธนาธรได้เดินทางมาถึง ด่านธัญบุรีไปหักลบด้วยเวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง 27 นาที ก็จะพบว่านายธนาธรนั้นน่าจะออกจาก อ.สตึกประมาณ 9.30 น. ถึงจะเดินทางมาถึงด่านธัญบุรี ในเวลา 14.57 น.ได้ โดยใช้เวลาขับรถประมาณ 73 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(คำนวณความเร็วจากเว็บไซต์:https://www.omnicalculator.com/everyday-life/speed)

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้จีพีเอสเพื่อคำนวณหาเส้นทาง และเวลาการเดินทางนั้นก็มีปัจจัยหลายอย่างที่จะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ อาทิ ความผิดพลาดของโปรแกรม สภาพการจราจร ณ เวลานั้น รวมไปถึงความชำนาญของผู้ขับรถยนต์

แต่เมื่อนำไปเทียบเคียงกับคำชี้แจงของ นายปิยบุตร ที่ระบุว่า "ในวันที่ 8 ม.ค.นั้นนายธนาธรได้หาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ในช่วงเช้าและขึ้นเวทีในช่วงบ่าย ก่อนที่จะขึ้นรถตู้กลับมาจาก จ.บุรีรัมย์ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อจะมาทำภารกิจในการโอนหุ้น"

จะพบว่า ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก นายธนาธรจะเดินทางออกจากบุรีรัมย์ในช่วงบ่าย และมาถึงด่านธัญบุรี ช่องทางที่ 14 ในช่วงเวลา 14.57 น. ระยะเวลาห่างกันแค่ไม่ถึงสองชั่วโมง ตามที่นายปิยบุตร กล่าวอ้าง และมาถึงที่ด่านทับช้าง ในเวลา 15.14 น.

ส่วนบุคคลที่จะเป็นกุญแจไขปมสงสัยเรื่องนี้ได้ ก็คงหนีไม่พ้น 2 กลุ่มหลัก คือ

1. ประชาชน ในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ที่เข้าร่วมกิจกรรมการลงพื้นที่หาเสียงของนายธนาธร เพราะน่าจะรู้ช่วงเวลาที่นายธนาธร ปรากฎตัวและเดินทางออกมาจากพื้นที่ดีว่าเป็นช่วงเวลาไหนกันแน่

2. เจ้าของบัตรอีซี่พาสตัวจริง ซึ่งแม้ว่าในการแถลงข่าวของ นายปิยบุตร จะมีการนำเอกสารมาโชว์ให้กับสาธารณชนได้รับทราบ แต่ก็มีการปกปิดข้อมูลไว้ โดยไม่ทราบเหตุผล แม้แต่ชื่อเจ้าของก็ไม่เปิดเผย ทั้งที่ ไม่ใช่ข้อมูลความลับอะไร ซึ่งในทางตรงกันข้าม การเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด จะยิ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วยซ้ำ

และเมื่อ นายปิยบุตร และนายธนาธร เลือกที่จะเปิดเผยข้อมูลในลักษณะนี้

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร ที่ความสงสัย ต่อกรณีการโอนหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จะยิ่งมีคำถามตามมาอีกเรื่อยๆ

แบบที่เห็นและเป็นไปอยู่ในขณะนี้

LInk สำนักข่าวอิศรา https://www.isranews.org/isranews/75841-thanathorn01.html?fbclid=IwAR012XQlKsjA681Y8N4G2OyVf6Jq2TB9J_ZO2MLEfpXkMKFTvL_gcES3F3c