วันนี้ (8 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า "

โฆษกกระทรวงต่างประเทศแถลงว่า ผู้แทนทูต-องค์กรระหว่างประเทศที่ไปร่วมสังเกตการณ์ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดียุยงปลุกปั่นพาผู้ต้องหาหลบหนีที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 นั้น ได้รับการยืนยันจากผู้แทนทูตที่เข้าร่วมว่าได้รับเชิญจากนายธนาธรไม่ใช่เพราะไม่เชื่อมั่น

.....การที่นายธนาธรเชิญผู้แทนสถานฑูตและองค์กรระหว่างประเทศให้ไปที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน อันเป็นการยกย่องให้ความสำคัญแก่ชาวต่างประเทศมากกว่าหน่วยงานราชการของไทยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าพิจารณาถึงสิ่งที่นายธนาธรเคยกล่าวไว้คือ

.....1.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9 ทรงแนะนำให้ประชาชนไทยนำไปใช้ในการดำรงชีวิต และสหประชาชาติได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ เป็นการจุดประกายการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียงไปสู่อาณารยประเทศทั่วโลก นั้น เป็นเพียง “วาทกรรม” เท่านั้นเอง

.....2. การที่คนไทยมีนิสัยชอบยิ้มให้แก่กันซึ่งชาวต่างประเทศทั่วโลกชื่นชมนั้น เพราะคนไทยไม่มีจุดยืน

.....3. ห้ามพระภิกษุตีระฆังหากมีเสียงรบกวนประชาชนที่อยู่ใกล้วัด และควรให้วัดย้ายไปอยู่ในสถานที่ๆ ห่างจากชุมชน

.....4. รัฐไม่ต้องอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ

.....5. การกราบไหว้ผู้อาวุโสและการไหว้ครูของนักเรียนเป็นพิธีกรรมที่ล้าหลังมากๆ ควรยกเลิก

.....กล่าวโดยรวมแล้วแสดงให้เห็นว่านายธนาธรไม่ได้มีความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ไม่ได้ภูมิใจในวัฒนธรรมอันดีงามประเพณีต่างๆ ที่บรรพบุรุษไทยสืบทอดกันมาตั้งแต่ราชอาณาจักรสยามได้ก่อตั้งขึ้นในผืนแผ่นดินนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กล่าวว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็น"วาทกรรม"เท่านั้น แสดงให้เห็นจิตวิญญาณที่แท้จริงของนายธนาธรว่ามีความรู้สึกนึกคิดอย่างไรต่อสถาบันสูงสุดของไทย

.....เหตุปัจจัยที่ทำให้นายธนาธรเป็นคนเช่นนี้คงเป็นเพราะบรรพบุรุษของนายธนาธรไม่ใช่คนไทยแท้ๆ แต่โบราณนั่นเอง"