กรมหม่อนไหม แนะวิธีดูแลแปลงหม่อน ใช้เชื้อรา “ไมคอไรซา” ผสมปุ๋ยใส่แปลงหม่อน ช่วยให้หม่อนทนแล้งและเพิ่มผลผลิต เมื่อวันที่ 19 มี.ค.62 นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่ร้อนมากในช่วงหน้าแล้งจะส่งผลกระทบต่อการปลูกหม่อน ทำให้ใบหม่อนมีเปอร์เซ็นต์น้ำในใบต่ำ คุณภาพของใบหม่อนจะส่งผลต่อผลผลิตรังไหม เกษตรกรที่ปลูกหม่อนหรือเลี้ยงไหมในช่วงหน้าแล้ง จึงมีข้อควรปฏิบัติในการดูแลแปลงหม่อน ดังนี้ 1.ตัดแต่งกิ่งหม่อน โดยควรเลื่อนการตัดแต่งกิ่งหม่อน จากปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนเป็นหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากเป็นช่วงที่ฝนจะเริ่มตกมากขึ้นในหลายพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าว วางแผนการเลี้ยงไหมให้สอดคล้องกับการตัดแต่งกิ่ง เนื่องจากหลังตัดแต่งกิ่งแล้ว ประมาณ 2-3 เดือน ต้นหม่อนถึงจะเจริญเติบโตพอที่จะเก็บใบไปเลี้ยงไหมได้ และภายหลังการตัดแต่งควรมีการบำรุงรักษาต้นหม่อน เพื่อให้มีการฟื้นตัวโดยเร็ว 2.รักษาความชื้นในดิน โดยการพรวนดินให้ร่วนซุยและใช้วัสดุคลุมดิน ประเภทอินทรียวัตถุ หรือเศษเหลือของพืชจากการเกษตรต่างๆ เช่น ฟางข้าว ใบไม้แห้ง เปลือกข้าวโพด ซังข้าวโพด โดยคลุมระหว่างแถวต้นหม่อน เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำจากผิวดินทำให้ดินมีความชุ่มชื้น ช่วยลดการสูญเสียน้ำและเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และ3.การบริหารจัดการน้ำ ควรกำหนดช่วงเวลาการใช้น้ำ วางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดช่วงฤดูแล้ง ควรมีการให้น้ำต้นหม่อน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยวิธีเปิดร่องปล่อยน้ำเข้าแปลงหรือการใช้ระบบน้ำหยดในแปลง โดยใช้ มินิสปริงเกอร์ ซึ่งเป็นวิธีการให้น้ำแบบประหยัดทั้งแรงงานคนและประหยัดน้ำ และการทำแนวกันไฟรอบแปลงหม่อนเพื่อป้องกันไฟป่า และสกัดกั้นการลุกลามของไฟ ด้วยการถางวัชพืชเป็นแนวโดยจะต้องถางวัชพืชให้ชิดติดดินและให้โล่งเตียน นอกจากนี้ กรมหม่อนไหมยังได้ศึกษาวิจัยและพบว่า การใช้ปุ๋ยหมักเติมอากาศ จะช่วยให้น้ำไหลลงสู่ดินชั้นล่าง ไม่ชะล้างผิวหน้าดินออกไป ส่งผลทำให้น้ำสะสมอยู่ใต้ชั้นดินมีความชื้นตลอดเวลามีความร่วนซุยมากขึ้น และยังพบว่าการใส่ปุ๋ยในแปลงหม่อนร่วมกับการใช้เชื้อจุลินทรีย์ไมคอไรซา ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวรากทำให้สามารถดูดน้ำและธาตุอาหารได้เพิ่มขึ้น ทำให้พืชทนแล้ง และช่วยเพิ่มผลผลิตหม่อนได้อีกด้วย ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมหม่อนไหมเบอร์โทรศัพท์ 0-2558-7924-6 หรือที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียติฯ ทั้ง 21 ศูนย์ทั่วประเทศ