กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรกว่า 121 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 ม.ค.62 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 14 มี.ค.62 ได้พิจารณาของเรียกร้องของเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่ต้องการให้ช่วยเรื่องการชำระหนี้แทนเกษตรกร ซึ่งเป็นลูกหนี้สหกรณ์การเกษตร ลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์ นิติบุคคล และขอความร่วมมือกับสหกรณ์เจ้าหนี้ทั่วประทศ รวมทั้งธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคล ชะลอการดำเนินคดีกับเกษตรกรออกไป 2 ปี เพื่อลดปัญหาการบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้นายณรงค์ อ่อนสอาด ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายดลเดช พัฒนรัฐ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการหารือร่วมกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สหกรณ์เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคล จนได้ข้อยุติว่า กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สามารถเข้าไปชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์และธนาคารต่างๆ แทนเกษตรลูกหนี้ หลังจากนั้นให้เกษตรกรลูกหนี้มาทำสัญญาชำระหนี้ให้แก่กองทุนฟื้นฟูแทน พร้อมอัตราดอกเบี้ยระหว่างร้อยละ 0.50 -1.50 บาทต่อปีและโอนหลักทรัพย์ค้ำประกันมาเป็นของกองทุนและคืนหลักทรัพย์เมื่อชำระหนี้ครบตามสัญญา ภายในระยะเวลาไม่เกิน 20 ปี ซึ่งเป็นไปตามผลการศึกษาของที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ศึกษาไว้

ทั้งนี้ ทำให้สามารถทุเลาความเดือดร้อนในเรื่องหนี้สินเกษตรกร ได้จำนวน 131 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวม 121,451,941.93 บาท และยังเห็นชอบให้จัดการหนี้ลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคล อีกจำนวน 10 ราย มูลหนี้รวม 3,237,124.54 บาท รวมทั้งชะลอการดำเนินคดีกับเกษตรกรออกไป 2 ปี เพื่อลดปัญหาการบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ ในการชำระหนี้แทนเกษตรกรครั้งนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 วัน หรือไม่เกิน 31 มี.ค.62นี้ เพื่อให้สถาบันเจ้าหนี้สามารถปิดบัญชีลูกหนี้ได้ทันในปีงบประมาณ 2561 ของสหกรณ์การเกษตร

นอกจากนี้ ในช่วงเดือนส.ค.61 มีเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ร้องขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจรจากับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ในการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เจรจาสำเร็จ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 2 ต.ค.61 ให้กับลูกหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ณ วันที่ 31 ธ.ค.60 จำนวน 36,605 ราย คิดเป็นยอดหนี้เงินต้น 6,382 ล้านบาท และดอกเบี้ย 3,829 ล้านบาท โดยเงินต้นครึ่งหนึ่งให้เกษตรกรผ่อนจ่ายตามกรอบเวลาไม่เกิน 15 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยที่อัตรา MRR-3 และเมื่อเกษตรกรผ่อนจนหมดแล้ว ธกส. จะพิจารณายกดอกเบี้ยที่พักไว้ให้ ส่วนเงินต้นที่เหลืออยู่อีกครึ่งก็ให้เกษตรกรมาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ดังนั้นเมื่อพิจารณาผลงานแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งเป็นหนี้สินตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนฯ ตามกฎหมายตั้งแต่ปี 2543 มานั้น รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงถือได้ว่าเป็นรัฐบาลแรกที่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ ได้อย่างเป็นระบบโดยไม่เสียวินัยการเงินการคลังของประเทศ

สำหรับข้อมูลขึ้นทะเบียนของเกษตรกรสมาชิก จำนวน 518,992 ราย ยอดหนี้รวม 88,495 ล้านบาท กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ดำเนินการชำระหนี้แทนให้เกษตรกรสมาชิกไปแล้วทั้งสิ้น 29,219 ราย 29,270 บัญชี เป็นเงินกว่า 6,091,709,114.26 บาท เป็นลูกหนี้สหกรณ์ 21,362 ราย 21,392 บัญชี จำนวนเงิน 3,275,141,572.32 บาท รักษาที่ดินทำกิน 4,244 แปลง 33,156 ไร่ 2 งาน 12.7 ตารางวา ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกร ส่งต่อให้ รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป