ดนตรี /ทิวา สาระจูฑะ

“อาถรรพ์หมายเลข 2” เป็นสิ่งที่คนในแวดวงดนตรีเกรงกลัวกัน เพราะมักมีเหตุการณ์ที่ศิลปินมากมายที่ออกอัลบั้มแรกแล้วประสบความสำเร็จท่วมท้น ต้องมาวูบลงในอัลบั้มที่ 2 และหลังจากนั้นก็เลือนรางหายไป หากอัลบั้มชุดที่ 2 ยังไปได้ดี นั่นก็พอจะคาดหมายได้ว่า ศิลปินจะมีสถานะที่มั่นคงไปยืดยาว

แต่ไม่ได้หมายความว่า ศิลปินทุกคนจะพบเหตุการณ์เช่นนี้ อย่างน้อย โฮซิเออร์ ศิลปินหนุ่มร่างสูงโปร่งวัย 39 จากไอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในพวกที่ผลงานชุดที่ 2 เขยิบสูงขึ้นอีกขั้น

โฮซิเออร์ นำครึ่งหนึ่งในนามสกุลของเขามาใช้ เขามีชื่อเต็มๆว่า แอนดรูว์ โฮซิเออร์-เบิร์น เกิดในเมืองเบรย์, เคาน์ตี้ วิคโลว์ ประเทศไอร์แลนด์ พ่อทำงานธนาคารและเล่นดนตรีตอนกลางคืน แม่เป็นจิตรกร เขาเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี และในที่สุด ก็เข้าเรียนดนตรีที่สถาบันดัง ทรินิตี้ คอลเลจ ในดับลิน แต่ตัดสินใจหยุดเรียนแค่ครึ่งทางของปีแรก เพื่อมุ่งมั่นทำเดโมเสนอสังกัดเพลง

ระหว่างปี 2009-2012 โฮซิเออร์ เป็นสมาชิกของกลุ่มนักร้องประสานเสียง เอนูน่า ตระเวนแสดงหลายประเทศในยุโรป ก่อนที่จะเข้าร่วมกับวงพั้งค์-ร็อคชื่อ แรเวน ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ ในตำแหน่งมือเบสส์และร้องประสาน เขามีส่วนร่วมในเพลงฮิทของวง อย่าง “1981” และ “Northern Soul”
การใส่เสื้อที่มีถ้อยคำเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองของเขา เช่น การสนับสนุนการปกครองตนเองโดยอิสระของ สก็อตแลนด์ และ คาตาโลเนีย บ่อยครั้งก็สร้างความขัดแย้ง และไม่นานก็ถึงเวลาต้องแยกทางจากวง

กลางปี 2013 เขาออกอีพี. Take Me to Church ในฐานะศิลปินเดี่ยวเป็นครั้งแรก เพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มเป็นป็อปที่มีสีของบลูส์-กอสเพลเข้มข้น เนื้อหาเกี่ยวกับการหาวิธีปลอบโยนคลายทุกข์ของคู่รัก แต่การตีความในมิวสิควิดีโอที่กำกับโดย เบรนแดน แคนตี้ กลายเป็นภาพการต่อต้านพวกรักร่วมเพศในรัสเซีย ทำให้วิดีโอนี้ได้รับสนใจจากความอื้อฉาว แต่ก็ถูกแบนในหลายประเทศที่ยังไม่ยอมรับเสรีภาพทางเพศ

เพลง "Take Me to Church" ไม่เพียงได้รับความนิยมจากผู้ฟัง ติดอันดับท็อป 10 ไปทั่วโลก ยังได้รับการยกย่องจากบรรดานักวิจารณ์ และเข้าชิงรางวัล แกรมมี่ ครั้งที่ 57 ในสาขาเพลงแห่งปีด้วย
ถัดมาอีกปี โฮซิเออร์ ออกอีพี.ชุดที่ 2 - From Eden เพลงหนึ่งในนั้นคือ "Cherry Wine" ปรากฏอยู่ในหนังเรื่อง "Wish I Was Here" ของผู้กำกับ แซ็ค บราฟฟ์ เหตุที่ถูกเลือกเพราะ “บทเพลงที่แสนเศร้าและเป็นกวี” มิวสิควิดีโอของเพลงนี้ก็ถูกทำขึ้นมาเพื่อยกระดับการรับรู้เรื่องความรุนแรงในครอบครัว

ปลายปี 2014 นี้ โฮซิเออร์ จึงออกอัลบั้มเต็มชุดแรก ใช้ชื่อง่ายๆว่า Hozier ซึ่งรวมทั้งซิงเกิ้ลจากอีพี. 2 ชุดที่ผ่านมา และเพลงใหม่ที่ทำเพิ่มเข้าไป

ความนิยมในความสามารถและตัวตนของ โฮซิเออร์ ทำให้อัลบั้มแรกของเขาประสบความสำเร็จทั้งด้านการขายและการติดอันดับสูงบนตารางอันดับอัลบั้มยอดนิยมในหลายสิบประเทศ เขาเองยังได้รางวัล ศิลปินแห่งปี จากรายการโทรทัศน์ช่อง วีเอช1 ซึ่งมาจากการโหวตของผู้ชม

หลังการทำเพลง "Better Love" ให้อัลบั้มซาวน์ดแทร็คหนัง Legend of Tarzan ในปี 2016 เขาเว้นว่างการออกผลงานไป 2 ปี ก่อนจะกลับมาพร้อมกับอีพี. Nina Cried Power และวันที่ 1 มีนาคม 2019 เขาก็ยุติการรอคอยของแฟนเพลงด้วยการออกอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 - Wasteland, Baby! โดยผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนปกคือแม่ของเขาเอง ซึ่งเธอทำปกอีพี.บางชุดของเขามาก่อนหน้านี้แล้ว
วันแรกที่ Wasteland, Baby! ออกวางขายก็เข้าตารางอันดับอัลบั้ม บิลล์บอร์ด 200 ทันที และเข้าไปอยู่บนอันดับที่ 1

ดนตรีของ โฮซิเออร์ มีส่วนผสมของร็อค, โซล, บลูส์ และโฟล์คไอริช นำมาคลุกเคล้าจนกลมกลืนในแนวเฉพาะของเขาเอง แล้วก็น่าแปลก เมื่อเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง-สังคมและใช้ภาษาเชิงกวีของเขา ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในตลาดเพลงป็อป ซึ่งมีศิลปินในแนวทางนี้ไม่มากคนนักที่จะทำได้