ม็อบหนี้สินเกษตรกร เฮลั่น!! "กฤษฏา" แก้หนี้สำเร็จ 121 ล้านบาท ไม่ถูกยึดที่ดินทำกิน พร้อมใจเทคะแนนให้พรรคพปชร.ดัน "บิ๊กตู่" นั่งนายกฯ อีกรอบ

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ เพื่อแก้ปัญหาหนี้เสียให้กับเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) ได้เรียกร้องขอให้ช่วยในเรื่องการชำระหนี้แทนเกษตรกร ซึ่งเป็นลูกหนี้สหกรณ์การเกษตร ลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์ นิติบุคคล และขอความร่วมมือกับสหกรณ์เจ้าหนี้ทั่วประทศ รวมทั้งธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคล ชะลอการดำเนินคดีกับเกษตรกรออกไป 2 ปี เพื่อลดปัญหาการบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ดำเนินการหารือร่วมกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สหกรณ์เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคล จนได้ข้อยุติว่ากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสามารถเข้าไปชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์และธนาคารต่างๆ แทนเกษตรลูกหนี้ หลังจากนั้นให้เกษตรกรลูกหนี้มาทำสัญญาชำระหนี้ให้แก่กองทุนฟื้นฟูแทน พร้อมอัตราดอกเบี้ยระหว่างร้อยละ 0.50 -1.50 บาทต่อปี และโอนหลักทรัพย์ค้ำประกันมาเป็นของกองทุนและคืนหลักทรัพย์เมื่อชำระหนี้ครบตามสัญญา ภายในระยะเวลาไม่เกิน 20 ปี ซึ่งทำให้สามารถทุเลาความเดือดร้อนในเรื่องหนี้สินเกษตรกร ได้จำนวน 131 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวม 121,451,941.93 บาท และยังเห็นชอบให้จัดการหนี้ลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคล อีกจำนวน 10 ราย มูลหนี้รวม 3,237,124.54 บาท และชะลอการดำเนินคดีกับเกษตรกรออกไป 2 ปี เพื่อลดปัญหาการบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ ในการชำระหนี้แทนเกษตรกรครั้งนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 วัน หรือไม่เกิน 31 มีนาคม 2562 เพื่อให้สถาบันเจ้าหนี้สามารถปิดบัญชีลูกหนี้ได้ทันในปีงบประมาณ 2561 ของสหกรณ์การเกษตร

นอกจากนี้ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 มีเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ร้องขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจรจากับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ในการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เจรจาสำเร็จ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ให้กับลูกหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 36,605 ราย คิดเป็นยอดหนี้เงินต้น 6,382 ล้านบาท และดอกเบี้ย 3,829 ล้านบาท โดยเงินต้นครึ่งหนึ่งให้เกษตรกรผ่อนจ่ายตามกรอบเวลาไม่เกิน 15 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยที่อัตรา MRR-3 และเมื่อเกษตรกรผ่อนจนหมดแล้ว ธกส.จะพิจารณายกดอกเบี้ยที่พักไว้ให้ ส่วนเงินต้นที่เหลืออยู่อีกครึ่งก็ให้เกษตรกรมาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ดังนั้นเมื่อพิจารณาผลงานแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งเป็นหนี้สินตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนฯ ตามกฎหมายตั้งแต่ปี 2543 มานั้น รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงถือได้ว่าเป็นรัฐบาลแรกที่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ ได้อย่างเป็นระบบโดยไม่เสียวินัยการเงินการคลังของประเทศ

สำหรับข้อมูลขึ้นทะเบียนของเกษตรกรสมาชิก จำนวน 518,992 ราย ยอดหนี้รวม 88,495 ล้านบาท กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ดำเนินการชำระหนี้แทนให้เกษตรกรสมาชิกไปแล้วทั้งสิ้น 29,219 ราย 29,270 บัญชี เป็นเงินกว่า 6,091,709,114.26 บาท เป็นลูกหนี้สหกรณ์ 21,362 ราย 21,392 บัญชี จำนวนเงิน 3,275,141,572.32 บาท รักษาที่ดินทำกิน 4,244 แปลง 33,156 ไร่ 2 งาน 12.7 ตารางวา ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

ต่อจากนั้นม็อบหนี้สินกองทุนเกษตรกร นำโดยนางนิสา คุ้มกอง แกนนำเครือข่ายหนี้สินชาวนาภาคกลาง พร้อมเกษตรกรกว่า200คน ปักหลักชุมนุมหน้ากระทรวงฯมาร่วม2เดือน ต่างโห่ร้องดีใจที่ได้รับความช่วยเหลือจากปัญหาหนี้สิน รวมทั้งรักษาที่ดินทำกินซึ่งกำลังจะถูกยึดและขายทอดตลาดไว้ได้ แล้วยุติการชุมนุมทันที ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ประสานกระทรวงคมนาคมขอรถเพื่อนำกลุ่มเกษตรกรกลับภูมิลำเนาและยืนยันว่าจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลหน้า ได้ช่วยเหลือแก้หนี้ให้กับเกษตรกรตามที่รับปากไว้สามารถกลับไปทำกินในที่ดินตนเองได้เห็นผลจริง