ซื้อเสียงแพ้ไม่ได้-รีบจับขั้ว-อยู่ไม่ครบจบก่อน ย้อนวัฏจักรซ้ำซากการเมืองไทย แนะรุ่นใหม่เปิดหูเปิดตาให้กว้างทุกช่องทางก่อนตัดสินใจ

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) กล่าวในงานเสวนาวิชาการ “รู้ทันการเลือกตั้ง : โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 62” ในฐานะผู้แทนจากภาควิชาการด้านสังคมและการเมือง จัดโดยโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ว่า ห่วง 3 เรื่องในการเลือกตั้งครั้งนี้คือ การซื้อสิทธิ ขายเสียง เพราะไม่ว่าจะกี่ยุคสมัย จะต้องมีการซื้อเสียงแน่นอน แต่ไม่ใช่ในรูปแบบเดิม (ให้เงิน) คงไม่ใช่แล้ว แต่จะมาในรูปแบบใหม่ๆที่แตกต่างออกไป เพราะครั้งนี้ นักการเมืองตั้งเป้าหมายหมาย ด้วยคำว่า “แพ้ไม่ได้”

ห่วงผู้สมัครที่เริ่มจับขั้วทางการเมืองแล้ว ซึ่งอยากให้ใจเย็นๆ ให้รอรับผลการเลือกตั้งก่อน จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ วันนี้ ตนยังไม่เห็นนโยบายของแต่ละพรรคที่ชัดเจน เห็นแต่ขั้วทางการเมืองเท่านั้น และสุดท้ายห่วงที่สุด คือ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะอยู่ไม่ครบวาระ หรือที่ใครๆต่างพากันเดาเกมการเมือง ว่าจะอยู่ในวาระแค่ 6 - 8 เดือน ซึ่งถ้าหากเป็นแบบนั้น บทสุดท้ายของประเทศไทยก็วนกลับมาที่เดิม คือเกิดการเลือกตั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

รศ.ดร.สุขุม กล่าวว่า ณ วันนี้ อยากให้ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง (ครั้งแรก) หมายถึง เสียงของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต้องตั้งใจและเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เชื่อว่าหลายคนในที่นี้ ได้เลือกคนที่รัก และพรรคที่ชอบอยู่ในใจแล้ว แต่ควรติดตามข่าวสารจากทุกสื่อ ทุกช่องทาง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะเรื่องแนวคิดทางการเมืองสามารถ “ แตกต่างได้ แต่ต้องไม่แตกแยก ” ใช้ทฤษฎี ความรู้เรื่องการปกครองของไทย มาประกอบการตัดสินใจ ศึกษานโยบายพรรคในภาพรวมที่ช่วยผลักดันหรือพัฒนาประเทศ

พร้อมย้ำ ระวังการกาบัตรเลือกตั้งเสีย ตัดสินใจให้ดีก่อนเข้าคูหา ว่า “ ชอบผู้สมัคร ชอบพรรค หรือชอบนายกคนไหน? ” เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ กาเบอร์เดียว ได้ผล 3 อย่าง สุดท้าย ไม่ว่าตน หรือใคร จะห่วงใยเรื่องอะไร ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญเท่ากับ พวกเราทุกคนในที่นี้ ออกไปใช้สิทธิที่เรามี ออกไปเลือกตั้งตามหน้าที่ จงตัดสินใจให้ดีว่าอยากให้ประเทศไทยของเราเป็นแบบไหน คิดวิเคราะห์ และไตร่ตรอง ก่อนออกไปเลือกตั้ง ฝากประเทศไทยไว้ ในมือเราทุกๆคน