เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองคาย ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัด ชาวบ้านบ้านหม้อ หมู่ 8 ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย กว่า 10 คน นำโดยนางหนูแลง วิริยะ อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 202 ม.8 บ.หม้อ ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ ได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการอนุญาตให้ประกอบกิจการธุรกิจดูดทรายและท่าทราย กับ นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองคาย โดยมี ร.อ.ชวดล เสียงสนั่น นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.หนองคาย และสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ ทั้งนี้ ชาวบ้านได้ให้เหตุผลว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านหม้อ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ประกาศเสียงตามสายให้มีการจัดประชุมประชาพิจารณ์ เพื่อพิจารณาการขออนุญาตประกอบธุรกิจดูดทรายของห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม อี แอล คอนสตรัคชั่น ที่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการดูดทรายในพื้นที่ หมู่ที่ 8 บ้านหม้อ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาต ซึ่งในวันดังกล่าว ชาวบ้านก็ได้มารวมตัวกันทำประชาพิจารณ์ (ประชุม) แต่รับรองผลไม่ได้ ต่อมา ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศเสียงตามสายให้มีการจัดทำประชาพิจารณ์อีกครั้ง ชาวบ้านก็ได้มารวมตัวกันอีก แต่ได้เปลี่ยนหัวข้อเป็น “การประชุมหารือ” แทน กระทั่งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 อ.ศรีเชียงใหม่ ได้มีหนังสือสั่งการ ให้มีการจัดทำประชาพิจารณ์ประกอบการขออนุญาตประกอบกิจการดูดทรายของห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม อี แอล คอนสตรัคชั่น อีกครั้ง กระทั่งวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสาย ให้มีการประชุมประชาพิจารณ์ขึ้นใหม่ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 17.30 น. ณ ศาลาประชาคม หมู่ 8 บ.หม้อ ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ดังนั้น กลุ่มชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยซึ่งมีบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง พื้นที่ทางการเกษตรริมฝั่งโขง ที่ติดกับพื้นที่ที่จะมีการประกอบกิจการธุรกิจดูดทราย ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนโดยตรง ได้ขอใช้สิทธิ์ปกป้องสิทธิของตนเองที่จะได้รับผลกระทบจากการดูดทรายดังกล่าวและขอคัดค้านการประชุมประชาพิจารณ์ทุกช่องทางและทุกกรณี จึงได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการทำประชาพิจารณ์และการอนุญาตให้ประกอบกิจการธุรกิจดูดทรายและท่าทราย ในพื้นที่ หมู่ 8 เพราะก่อนการทำประชาพิจารณ์ทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ก็ไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใดๆ มาให้ความรู้ถึงผลกระทบ ผลได้ ผลเสีย ของการประกอบธุรกิจดูดทรายแต่อย่างใด ชาวบ้านหม้อจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสิ่งแวดล้อม การคมนาคม ผังเมือง เกษตรจังหวัด สำนักงานเจ้าท่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด ลงพื้นที่พบปะพูดคุยให้ความรู้กับชาวบ้านถึงผลกระทบทุกด้าน ผลได้ ผลเสีย ของการทำท่าทรายดังกล่าว และถ้าต้องทำประชาพิจารณ์กันจริงๆ ต้องมีหนังสือสั่งการที่ชัดเจน เช็ครายชื่อผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ไม่ใช่ประชากรแฝง หรือ ประชาพิจารณ์จัดตั้ง และต้องมีกรรมการกลาง จากทางจังหวัด เพื่อจัดทำประชาพิจารณ์ให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตามชาวบ้านก็จะขอคัดค้านแบบหัวชนฝา ไม่ยอมให้มีการประกอบกิจการดูดทรายในพื้นที่โดยเด็ดขาด ด้านนางนางหนูแลง วิริยะ ตัวแทนชาวบ้านที่เดินทางมายื่นหนังสือในครั้งนี้ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการทำประชาคมหมู่บ้านขึ้น ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ตนก็อยากจะทราบว่าในส่วนที่เห็นด้วยนั้นเป็นประชาชนชาวบ้านหม้อหมู่ 8 จริงหรือไม่ หรือ เป็นประชากรแฝงที่อาศัยอยู่ในบ้านหม้อเท่านั้น ตนอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับสูงลงพื้นที่ เพื่อให้ความรู้ในเรื่องผลกระทบทั้งผลได้ ผลเสียของการทำท่าทราย และอยากให้ฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยตรงและทำการเกษตรริมโขงอยู่ตรงนี้มาหลายชั่วอายุคน ที่พวกตนเดินทางมาร้องเรียนคัดค้านการเปิดท่าทรายในครั้งนี้ เพราะพวกตนเห็นว่าจะได้รับความเดือดร้อน ทั้งการคมนาคม ถนนหนทางชำรุด เกิดมลภาวะทางเสียง ฝุ่นทราย ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญอาชีพด้านการเกษตรริมโขงของประชาชนชาวบ้านหม้อจะเปลี่ยนไป ขาดรายได้จากการทำเกษตรและที่ได้คือมลพิษ จึงขอคัดค้านการเปิดท่าทรายดังกล่าว