สัปดาห์พระเครื่อง/ราม วัชรประดิษฐ์

"พระปฐมเจดีย์ มีตำนานเล่าบอกถึงเรื่องราว "พระยากง" กับ "พระยาพาน" ซึ่งเป็นพ่อลูกกัน แต่ต้องมาประหัตประหารกันในภายหลัง ต่อมาพระยาพานผู้เป็นลูกจึงได้สร้างพระเจดีย์ใหญ่ สูงเท่านกเขาเหินเป็นการไถ่บาป"

พระปฐมเจดีย์ เดิมมีชื่อเรียกกันว่า "พระประธม" ด้วยความเชื่อว่า ในครั้งพุทธกาลสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมาบรรทม ณ สถานที่แห่งนี้ องค์พระปฐมเจดีย์ถูกทิ้งร้างอยู่กลางป่า จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะยังทรงผนวชอยู่เสด็จธุดงค์ผ่านมาพบเข้า เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์จึงทรงปฏิสังขรณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2396 โดยโปรดให้ก่อพระเจดีย์ทรงลังกาครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้ และทรงให้จำลองพระเจดีย์ทรวดทรงเดิมไว้ทางทิศใต้ของพระปฐมเจดีย์ ยังโปรดให้ซ่อมแซมสิ่งต่างๆ ในบริเวณนั้นให้อยู่ในสภาพสวยงาม นอกจากนี้ทรงให้ขุดคลองเชื่อมแม่น้ำจากคลองขวางข้างวัดชัยพฤกษ์มาลาไปทะลุแม่น้ำนครชัยศรีที่บ้านงิ้วราย เมื่อปี พ.ศ. 2400 เพื่อสะดวกในการเดินทางไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ พระราชทานนามว่า "คลองมหาสวัสดิ์" และโปรดให้ขุดคลองอีกสายหนึ่ง จากท้ายบ้านท่านาริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรีไปสุดที่ "วัดพระงาม" และพระราชทานนามว่า "คลองเจดีย์บูชา" จากนั้นพระราชทานนาม "พระประธมเจดีย์" ใหม่เป็น "พระปฐมเจดีย์" เนื่องจากทรงเห็นว่าเป็นพระเจดีย์ที่เก่ากว่าพระเจดีย์ทั้งปวง สำหรับพระอุโบสถของวัดพระปฐมเจดีย์ ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปหินสลักสมัยทวารวดีปางประทานปฐมเทศนา

เหรียญหล่อพระคันธารราฐใบเสมา-หน้า

กล่าวถึงวัตถุมงคลของวัดพระปฐมเจดีย์ ที่เรียกว่าได้รับความนิยมสูงสุดนั้น นอกจาก "เหรียญพระปฐมเจดีย์รุ่นแรก ปี 2465" ซึ่งจัดสร้างโดย เจ้าพระยาเทเวศรวงศวิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) เนื่องในโอกาสทำบุญฉลองอายุครบ 70 ปี ซึ่งปัจจุบันหาดูหาเช่ายากยิ่งและสนนราคาเช่าหาสูงแล้ว ยังมีอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย นั่นคือ “เหรียญหล่อพระคันธารราฐใบเสมา” ซึ่งสร้างโดย พระธรรมวโรดม หรือ หลวงพ่อโชติ ธัมมปัชโชติโก อดีตเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ พระเกจิผู้เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ และอุทิศตนเพื่อพระบวรพุทธศาสนาโดยแท้ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวนครปฐมและใกล้เคียง รวมถึงพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ

มูลเหตุการณ์จัดสร้าง สืบเนื่องจากในราวปี พ.ศ.2472 จ.นครปฐมได้เกิดฝนแล้งอย่างต่อเนื่องยาวนาน หลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ซึ่งขณะนั้นมีสมณศักดิ์ที่พระเทพสุธี จึงได้จัดสร้าง ‘พระพุทธรูปพระคันธารราฐปางขอฝน’ ขึ้น จำนวน 150 องค์ แจกจ่ายไปยังวัดต่างๆ วัดละองค์ เพื่อนำออกมาทำพิธีบวงสรวงในยามที่เกิดฝนแล้งหรือข้าวยากหมากแพง และได้จัดสร้างวัตถุมงคลคือ เหรียญหล่อพระคันธารราฐใบเสมา, เหรียญหล่อพระคันธารราฐใบมะยม และเหรียญหล่อรูปเหมือน ในคราวเดียวกัน

เหรียญหล่อพระคันธารราฐใบเสมา-หน้า

เหรียญหล่อพระคันธารราฐใบเสมา สร้างโดยใช้กรรมวิธีการหล่อแบบโบราณ ด้วยเนื้อโลหะผสม รูปทรงเสมาคว่ำ แกะขอบเป็นลายกนกทั้งด้านหน้าและหลัง ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปจำลองพระพุทธปฏิมากร ประทับยืนเหนืออาสนะรองรับรูปบัว แสดงปางขอฝน คือ ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นเสมอพระอุระในกิริยากวักเรียกฝน พระหัตถ์ซ้ายทอดลงข้างพระวรกาย หงายฝ่าพระหัตถ์ในกิริยารองรับน้ำฝน ด้านหลัง ตรงกลางเป็นยันต์อักขระขอมตัวนูน

พระเกจิอาจารย์ที่ร่วมพิธีพุทธาภิเษกและลงแผ่นยันต์โลหะ ก็ล้วนเป็นสุดยอดพระเกจิที่โด่งดังในยุคนั้นทั้งสิ้น มีอาทิ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ, พระอาจารย์สนธิ์ วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ, หลวงพ่อทับ วัดอนงคาราม กรุงเทพฯ, หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน จ.สุพรรณบุรี, หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม, หลวงพ่อแช่ม วัดตากล้อง จ.นครปฐม, หลวงพ่อทองสุข วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม, หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จ.นครปฐม, หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา จ.นครปฐม, หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม จ.นครปฐม, หลวงพ่อเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม, หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม จ.สมุทรสาคร, หลวงพ่อดี วัดเทวสังฆาราม จ.กาญจนบุรี, พระอาจารย์นวม วัดอนงคาราม กรุงเทพฯ, หลวงพ่อสอน วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี, หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว จ.สุพรรณบุรี, หลวงพ่อเพิ่ม วัดเสาธงทอง จ.สุพรรณบุรี, หลวงพ่อคง วัดซำป่าง่าม จ.ฉะเชิงเทรา, หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กรุงเทพฯ, หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา จ.ปราจีนบุรี, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี และ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม จ.สมุทรสงคราม เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีพระเกจิอาจารย์รูปอื่นๆ ร่วมพิธีครบ 108 รูป ถือเป็นพิธีพุทธาภิเษกที่รวมเกจิชื่อดังครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้นก็ว่าได้ เหรียญหล่อพระคันธารราฐใบเสมา จึงสามารถเรียกได้ว่า ‘พุทธคุณครอบจักรวาล’ นับได้ว่าเป็นเหรียญเก่าแก่ที่มีความงดงาม ทรงคุณค่า เป็นที่นิยมสะสมและแสวงหาอย่างสูง ด้วยความเชื่อที่ว่าจะนำความมั่งมีศรีสุขและความอุดมสมบูรณ์มาสู่ตนและครัวครอบครัว ปัจจุบันหาของแท้ยากยิ่งเช่นกันครับผม