โครงการตลาดเคหะประชารัฐ เป็นอีกหนึ่งผลงานของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองนโยบายรัฐบาลต้องการผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศเข้มแข็ง ควบคู่การมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย ผ่านโครงการต่างๆ จากการบริหารงานของ “ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ” ที่ใช้ความรู้ ความสามารถ และความคิดนอกกรอบ ที่สอดรับกับยุคการเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ “สร้างคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

การเคหะแห่งชาติ ได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ สถาบันการเงิน และผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ช่วยกันพัฒนาตลาดชุมชน สู่ตลาดเคหะประชารัฐ ซึ่งปัจุบันกระจายอยู่ในชุมชนต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค 93 ตลาด รวม 9,900 แผง อีกทั้งเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ได้นำมาหล่อเลี้ยงครอบครัว

โดยปี 2561 ผลการดำเนินงานตลาดเคหะประชารัฐ 4 ตลาด ได้แก่ 1.ตลาดเคหะประชารัฐชุมชนสุขใจ นนทบุรี วัดกู้ 2 จำนวน 50 แผง 2.ตลาดเคหะประชารัฐชุมชนสุขใจ พหลโยธิน กม.44 จำนวน 150 แผง 3.ตลาดเคหะประชารัฐพลาซ่า เยสบางพลี จำนวน 200 แผง 4.ตลาดเคหะประชารัฐชวนเดินเพลินใจบวรร่มเกล้า จำนวน 250 แผง มีรายได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 5-10 % พร้อมทั้งมีการพัฒนาให้เป็นตลาดไร้เงินสด โดยชำระค่าสินค้าและบริการด้วย QR code และประชาชนสามารถใช้เครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ได้อีกด้วย ส่งเสริมให้เป็นตลาดสีขาว ปลอดแอลกอฮอร์ ที่สำคัญมีการรณรงค์การลดใช้โฟมและพลาสติก และส่งเสริมกิจกรรมการขายน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดเคหะประชารัฐชวนเดินเพลินใจบวรร่มเกล้า ได้ผ่านพิจารณาคัดเลือกเข้ารับรางวัลมาตรฐานอาหารปลอดภัย ระดับเงินอีกด้วย

ส่วนในปี 2562 การเคหะแห่งชาติ มีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพตลาดเคหะประชารัฐเพิ่มเติม จำนวน 4 ตลาด ได้แก่ ตลาดเคหะประชารัฐชุมชนสุขใจ (เกรียงไกร-ร่มเกล้า) กรุงเทพฯ ตลาดเคหะประชารัฐชวนเดินเพลินใจเทพประสิทธิ์ (พัทยา) จ.ชลบุรี ตลาดเคหะประชารัฐชวนเดินเพลินใจ (โคราช) จ.นครราชสีมา และตลาดเคหะประชารัฐชุมชนสุขใจ (บ้านเอื้ออาทรหัวหิน) จ.ประจวบคีรีขันธ์

ดร.ธัชพล กาญจนกูล กล่าวทิ้งท้าย การเคหะแห่งชาติ ก้าวเดินมาสู่ปีที่ 46 ยังคงเดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการดำเนินงานปี 2561 ที่สร้างผลกำไรสุทธิ 1,713 ล้านบาท เป็นเครื่องการันตีความสำเร็จ และพร้อมก้าวเดินสู่ปีที่ 47 โดยมุ่งก้าวสู่การเป็น “ปีแห่งคุณภาพและนวัตกรรม (Year of Quality & Innovation)” ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น