กรมพัฒนาที่ดิน เร่งรณรงค์ ไม่เผาตอซังและเศษวัสดุทางการเกษตร ลดมลพิษทางอากาศ แนะปลูกพืชตระกูลถั่วแซมไร่ข้าวโพด ช่วยบำรุงดินอุดมสมบูรณ์ เพิ่มอินทรียวัตถุ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.62 นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า จากปัญหาหมอกควันในหลายพื้นที่ของประเทศ สาเหตุหนึ่ง จากการเผาในพื้นที่การเกษตร เพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกพืชต่อในฤดูกาลหน้า ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ส่งผลเสียต่อดิน ต่อสุขภาพ และต่อสิ่งแวดล้อม กรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการรณรงค์ ไม่ให้มีการเผาตอซังและเศษวัสดุทางการเกษตร รวมทั้งการเผาไร่อ้อย เร่งสร้างการรับรู้ถึงผลเสียและผลกระทบจากการเผา และให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่แต่ละจังหวัดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรที่มีการปลูกข้าว อ้อย และข้าวโพด ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 7 ล้านไร่ ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่เป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและปลูกครั้งเดียวในฤดูฝน หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเกษตรกรจะปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้ และเผาเศษตอซังช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้การใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดวัชพืชในปริมาณมาก ยังเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและจุลินทรีย์ดิน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาจึงมีการศึกษาวิจัยการปลูกข้าวโพดแบบไม่ต้องเผาเศษพืช โดยปลูกร่วมกับพืชตระกูลถั่วทในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยปลูกตามหรือเหลื่อมกันเล็กน้อย จะทำให้ลดปัญหาวัชพืชในแปลงปลูกได้ และเนื่องจากเกษตรกรดูแลพื้นที่ปลูกอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ไม่รกร้าง มีวัชพืชขึ้นปกคลุมน้อย การเผาหรือใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชจึงลดลง พืชตระกูลถั่ว เป็นพืชที่ช่วยสร้างดินและพิทักษ์ดิน ช่วยบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ช่วยสร้างดินในรูปของการเพิ่มอินทรียวัตถุที่ได้จากใบและลำต้นแห้งที่ร่วงหล่นสู่ดิน ทำหน้าที่ในการคลุมดินรักษาความชื้นในดิน ป้องกันดินและผิวดินไม่ให้รับผลกระทบที่รุนแรงจากน้ำฝนและแสงแดด การใช้พืชตระกูลถั่วปลูกร่วมกับข้าวโพดจะเป็นประโยชน์ทำให้ผลผลิตต่อพื้นที่มากขึ้น ลดวัชพืช ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร โดยหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดแล้ว จะขึ้นอยู่กับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ว่าต้องการปลูกถั่วชนิดใด เช่น ถั่วพุ่มดำ ถั่วนิ้วนางแดง ถั่วแดงหลวง ถั่วแปะยี เป็นต้น โดยปลูกระหว่างแถวของข้าวโพด จากนั้นตัดต้นข้าวโพดลงใช้เป็นวัสดุคลุมดินระหว่างแถวของพืชตระกูลถั่ว เมื่อเก็บเกี่ยวเมล็ดถั่วแล้ว นำเศษฝักถั่ว ต้นถั่วและเศษพืชในพื้นที่ไปทำปุ๋ยหมัก เพื่อนำกลับมาเป็นปุ๋ยให้กับพืชปลูกในพื้นที่ต่อไป วิธีการนี้ นอกจากลดการเผาเศษวัสดุการเกษตร ลดการใช้สารกำจัดวัชพืชแล้ว ยังทำให้เกษตรกรมีปุ๋ยหมักใช้ในพื้นที่ ลดการซื้อปุ๋ยเคมี และสารกำจัดวัชพืชหรือยาฆ่าหญ้า สามารถเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในระยะยาว “หากพบว่ามีการเผาเศษวัสดุ ในพื้นที่การเกษตร ให้แจ้งเหตุไปยังสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าว