ประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ อ.ทุ่งสง เปิดตัวผู้สมัคร 50 สส.ใต้ ประกาศ “ปฏิญญาทุ่งสง”โปรยนโยบายแจกแถมยาหอมทุ่งสงเป็นศูนย์กลางพัฒนาภาคใต้ ประกาศ 5 นโยบายหลัก ท้า หากทำไม่ได้ไม่ต้องเลือก ปชป.อีกต่อไป เมื่อคืนที่ผ่านมาบริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในภาคใต้ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค รวมทั้งแกนนำหลักในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมทำการเปิดตัวผู้สมัคร สส.ทั่วภาคใต้ทั้ง 50 เขต ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนกว่า 1,000 คน มาฟังการปราศรัย โดยมีผู้สมัคร สส.ปชป.และแกนนำพรรคผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยถึงนโยบายของพรรค อาทิเช่นนายชวน หลักภัย ที่ปรึกษาพรรค ปชป. , นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ , นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นต้น ก่อนปราศรัยได้มีการเปิดตัวทีมนิวเด็มนำโดย “ปลื้ม” นายสุรบภ หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวถึงนโยบายของพรรคที่จะทำให้คนภาคใต้หลายนโยบายของพรรค ปชป.รวม 5 ข้อ คือ 1.สร้างมอเตอร์เวย์จาก กทม.ถึงสุไหงโก-ลก 2.สร้างทางรถไฟรางคู่สู่ทั่วภาคใต้ 3.สร้างเมืองทุ่งสงเป็นจุดศูนย์กลางของการกระจายสินค้าหรือโลจิสติคของภาคใต้ 4.พัฒนาด้านการแพทย์ยกมาตรฐานของ มอ.ปัตตานี ม.วลัยลักษณ์ และ ม.นราธิวาส และ 5.ให้มีการยกฐานะ จ.ภูเก็ต ให้มีการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และยังมีการทำปฏิญญาทุ่งสงนำ ผู้สมัคร สส.ของพรรค ปชป.ในภภาคใต้ ทั้ง 50 เขตต่อหน้าประชาชนว่า หากพรรค ปชป.ได้รับเลือกตั้งครบ 50 เขตก็จะนำปฏิญญาทุ่งสงทั้ง 5 มาใช้แน่นอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึง 50 ปี ของนายชวน หลีกภัย ที่เดินในเส้นทางประชาธิปไตยอย่างยิ่งใหญ่ กลายเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทย 2 สมัย และเป็นต้นแบบนักการเมืองที่ซื่อสัตย์ ทำให้ตนอยากเป็นนักการเมืองเหมือนนายชวน หลักภัย ก่อนจะมีโอกาสเข้ามาทำงานทางการเมืองครั้งแรกเพียงอายุ 26 ปีเท่านั้น อยากจะขอ สส.จากนายชวนฯปีละ 1 คน ดังนั้นเมื่อท่านเป็นนักการเมืองมา 50 ปี ตนอยากจะขอท่านปีละคนเท่านั้น 50 ปีของนายชวน ก็ขอ สส.ในภาคใต้ครั้งนี้ 50 คนทั่วภาคใต้ด้วย โดยนายชวน ได้ยิ้มพร้อมตอบรับในการช่วยหาเสียงอย่างเต็มที่ นายอภิสิทธิ์ฯ จึงเข้าไปยกมือไหว้นายชวน นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวปราศรัยอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรค ปชป.มีเป้าหมายเดียวคือ การเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศชาติและประชาชน โดยมีสโลแกน “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” รัฐบาลนี้สร้างปัญหาความทุกข์อยากให้เกิดขึ้นยาวนาน โดยเฉพาะปัญหาราคายางพารา และปาล์มน้ำมัน เขา (รัฐบาลปัจจุบัน) บริหารงานไม่เป็น ปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนต่อเนื่องกว่า 4 ปี แจกเงินภายใต้นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อปลายปีที่ 5 แต่การแจกก็แจกไม่เป็น และมีข้อแม้ เพราะแจกเงินคนจนแต่ไม่สามารถนำมาซื้อสินค้าจากคนจนได้ ต้องไปซื้อสินค้าที่เขากำหนดจากร้านของนายทุนที่ร่ำรวย “หากเราเข้าไปเป็นรัฐบาลจะต่อยอดโครงการนี้ โดยจะยุบวิธีการและขั้นตอนต่างๆ นำเงินใส่บัญชีประชาชนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคนละ 800 บาท ประชาชนจะนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้ เราจะประกันราคายางพาราไม่ต่ำกว่า กก.ละ 60 บาท ปาล์มน้ำมันราคา 4.50 บาท แก้ปัญหาประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านให้อยู่ด้วยกันได้ ส่วนนโยบายการศึกษาเคยทำมาแล้ว เที่ยวนี้ต้องได้เรียนฟรีถึง ปวส.อสม.คนละ 1,000 บาท พร้อมเงินเก็บอีกเดือนละ 200 บาท ผู้สูงอายุคนละ 1,000 บาท พร้อมเงินค่าโลงศพอีก 2,000 บาท โดยเชื่อมั่นว่าในภาคใต้พรรค ปชป.จะได้ที่นั่ง สส.ยกทั้งภาค 50 เขตอย่างแน่นอน” นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัย ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ฯ ได้ทำการปราศรัยเสร็จแล้ว ก็ได้ลงจากเวทีแล้วเดินไปขึ้นรถตู้ออกไปจากเวลาทันที โดยไม่มีการให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์แต่อย่างใด ในขณะที่การปราศรัยของพรรค ปชป.ในครั้งนี้ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะเรื่องยางพารา และปาล์มน้ำมัน และยังมีการกล่าวท้ากับพี่น้องประชาชนว่า 5 นโยบายที่ได้กล่าวปราศรัยไปแล้วนั้น หาก ปชป.ได้เป็นรัฐบาลแล้วทำตามนโยบายที่ประกาศไว้ไม่ได้ ต่อไปไม่ต้องเลือก สส.ของพรรค ปชป.อีกต่อไป ก่อนนายชวน หลักภัย จะเป็นผู้กล่าวปราศรัยปิดเวลาทีเป็นคนสุดท้าย.