คบคนพาล...พาลไปหาผิด..คบบัณฑิต..บัณฑิตพาไปหาผล... เตือนภัยวันหยุดสุดสัปดาห์กับการป้องกันภัยตนเองให้ปลอดภัยจากแก๊งคอลเซนเตอร์.... กลไกแห่งการฉ้อโกงแก๊งคอลเซนเตอร์ มักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และอ้างว่าท่านมีคดีความหรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี หากหลงเชื่อ ก็จะตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทันที เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ภาครัฐไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งคดีความ หรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ หากมีข้อสงสัยควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างชื่อโดยตรง และเก็บหลักฐานการโทรศัพท์และข้อความไว้เพื่อใช้ในการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป
ล่าสุด"บิ๊กแรก"พล.ต.ท.ยิ่งยศ. เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย "บิ๊กหมอ" พล.ต.ต.ธีรชัย ชำนาญหมอ ส่งมอบเงินคืนผู้เสียหายจำนวน 2 รายหลังปฏิบัติการใหญ่ “ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ทลายแก๊งคอลเซนเตอร์ ยึดเงินสด-อายัดเงินในบัญชีรวมกว่า 1.5 ล้านบาท คืนเหยื่อได้ทันควัน
"บิ๊กหมอ"พล.ต.ต.ธีรชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ตำรวจภูธรภาค 2 เปิดฉากปฏิบัติการครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ “ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ตามนโยบายเข้มของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. ในฐานะ ผอ.ศปอส./ผอ.ศตคม.ตร. ที่มุ่งปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจังและเด็ดขาด เพื่อปกป้องทรัพย์สินและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
การปฏิบัติการครั้งนี้ อยู่ภายใต้การอำนวยการของ "บิ๊กแรก"พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 และ"บิ๊กหมอ" พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 สั่งการให้ชุดปฏิบัติการบก.สส.ภ.2 เปิดยุทธการไล่ล่าเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ที่ใช้ “บัญชีม้า” หลอกเงินชาวบ้าน จนนำไปสู่การปฏิบัติการสำคัญในห้างดังกลางเมืองฉะเชิงเทรา สามารถรวบผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 ราย แบ่งเป็นเจ้าของบัญชีม้า 2 คน และผู้ควบคุมการถอนเงินอีก 4 คน ขณะกำลังตระเวนถอนเงินสดจากบัญชีเหยื่อ ก่อนถูกซ้อนแผนเข้าจับกุม ยึดเงินสดคาเคาน์เตอร์ธนาคารได้กว่า 770,000 บาท นอกจากนี้ยังตรวจพบเงินอีก 790,000 บาท ตกค้างอยู่ในบัญชีม้าอีกราย ซึ่งถูกอายัดไว้เพื่อส่งคืนให้เหยื่อรายอื่นต่อไป เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, พ.ร.ก.อาชญากรรมทางเทคโนโลยี, รวมถึงข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร และฟอกเงิน“
จากการสอบสวนพบพฤติกรรมหลอกลวงสุดแยบยล แก๊งคนร้ายโทรหาเหยื่อ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารและบริษัทมือถือ ก่อนโอนสายให้คนอ้างตัวเป็นตำรวจ ใช้คำพูดข่มขู่แจ้งผู้เสียหายว่ามีคนนำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชี และบัญชีดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินของทางราชการ คดียาเสพติดและคดีฟอกเงิน จนผู้เสียหายหวาดกลัว สุดท้ายยอมโอนเงินเข้าบัญชีม้า ผู้เสียหายรายแรก (นางอัมพร) ถูกหลอกให้โอนเงินจำนวน 270,000 บาท ไปยังบัญชีม้าชื่อ นายประวิทย์ ธนาคารกสิกร เลขบัญชี 096273XXXX ในวันที่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 10.55 น. และผู้เสียหายรายที่สอง (นายสุกุลพัฒน์) ถูกหลอกให้โอนเงินจำนวน 500,000 บาท ไปยังบัญชีม้าชื่อ น.ส.พนิดา ศรีสวัสดิ์ ในวันที่ 29 ส.ค.68 เวลา 10.55 น. และโอนเงินจากธนาคารออมสินไปยังบัญชีม้าชื่อ นายประวิทย์ ธนาคารกสิกร เลขบัญชี 0962739XXXXในเวลา 12.24 น. ของวันเดียวกัน โดยรวมแล้ว มีความเสียหายรวม 1,000,000 บาท รวมความเสียหายของเหยื่อทั้งสองรายสูงถึง 1,270,000 บาท
วันนี้ "บิ๊กหมอ" พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ส่งมอบเงินของกลางคืน ให้แก่ผู้เสียหายทั้งสองรายตามโครงการ "ตามล่าม้า คว้าเงินคืน" โดยนางอัมพรได้รับเงินคืนเต็มจำนวน 270,000 บาท และนายสุกุลพัฒน์ได้รับคืน 500,000 บาท สร้างความดีใจและคลายความทุกข์ให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก ผู้เสียหาย 2 รายนี้เป็นเพียงส่วนน้อยที่โชคดีได้เงินคืน เพราะส่วนใหญ่เงินจะถูกยักย้ายถ่ายเทไปยังเครือข่ายที่รอรับเงิน ทำให้การติดตามยากลำบากและโอกาสได้เงินคืนนั้นแทบเป็นไปไม่ได้
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของตำรวจภาค 2 ที่ไม่เพียงทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ แต่ยังสามารถนำเงินคืนสู่มือประชาชนได้จริง ตอกย้ำความจริงจังของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก เตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงของแก๊งคอลเซนเตอร์ หากมีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและอ้างว่าท่านมีคดีความหรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี ขออย่าได้หลงเชื่อโดยเด็ดขาด เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ภาครัฐไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งคดีความหรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ หากมีข้อสงสัยควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างชื่อโดยตรง และเก็บหลักฐานการโทรศัพท์และข้อความไว้เพื่อใช้ในการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป "เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต"