ในช่วงเวลาที่การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตอีกครั้ง หลังจากการเปลี่ยนผ่านอำนาจ  ประเด็นร้อนที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งคือ "อำนาจยุบสภา" โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดถึงแนวทางดังกล่าวจาก ผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี อย่าง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ซึ่งออกมาประกาศว่า"ถ้าเราจะยุบเราก็ยุบเลยได้ ถ้าใครขัดข้องก็ไปฟ้องได้"

ประเด็นสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องพิจารณาตัวเลือกนี้อย่างจริงจังคือการที่ พรรคภูมิใจไทยชิงความได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาล อย่างรวดเร็ว ซึ่งบ่งชี้ถึงการเตรียมการที่อาจทำให้เพื่อไทยกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเกมอำนาจครั้งนี้ การสูญเสียอำนาจในขณะที่ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2569 กำลังจะประกาศใช้ ถือเป็นการสูญเสีย "กระสุนทางการเมือง" ที่สำคัญสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า งบประมาณก้อนนี้คือ “ทุนรอน” ที่จะใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายและสร้างความได้เปรียบทางการเมืองในอนาคต

แต่กระนั้นก็ยังมีข้อถกเถียงกันว่า ตอนนี้จะยุบสภาได้หรือไม่?

นายราเมศ รัตนะเชวง อดีต ส.ส. และเลขานุการนายชวน หลีกภัย ให้ความเห็นว่าอำนาจยุบสภาเป็น อำนาจเฉพาะตัวของนายกฯ ตัวจริง ที่ได้รับฉันทามติจากสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ของผู้รักษาราชการฯ ที่ถือเป็น "คนนอก" ที่ไม่ได้มีนิติสัมพันธ์โดยตรงกับฝ่ายนิติบัญญัติ

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยืนยันว่าเมื่อนายกฯ พ้นจากตำแหน่ง แล้ว สถานะของผู้รักษาราชการฯ ก็จะเปลี่ยนไปทันที เพราะสถานการณ์ในขณะนี้เหมือนกับการที่นายกฯ เสียชีวิต ลาออก หรือถูกลงมติไม่ไว้วางใจ ซึ่งในกรณีเหล่านี้ อำนาจในการเลือกนายกฯ คนใหม่จะตกเป็นของสภาผู้แทนราษฎรแต่เพียงผู้เดียว การยุบสภาจึงเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการและอาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ขณะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงว่า การยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ โดยตรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 103 ส่วนรัฐบาลมีเพียงหน้าที่ถวายคำแนะนำเท่านั้น ซึ่งมาตรา 169 ที่วางข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการ ไม่ได้มีข้อห้าม เรื่องการยุบสภาไว้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม นายบวรศักดิ์ยังย้ำว่า ตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญสากลและประเพณีการปกครอง รัฐบาลรักษาการควรปฏิบัติได้เพียง "งานประจำ" (affaires courantes) เท่านั้น การยุบสภาถือเป็นนโยบายที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังเป็น พระราชอำนาจที่จะทรงปฏิเสธการยุบสภา (the royal prerogative of refusal) หากทรงเห็นว่าการกระทำนั้นไม่เหมาะสม เช่น การยุบสภาในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังรอการพิจารณางบประมาณ (มติชนออนไลน์ 30 สิงหาคม 2568 )

การตัดสินใจยุบสภาของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้จึงเป็น เดิมพันที่สูงมาก เพราะนอกจากจะต้องเผชิญหน้ากับข้อถกเถียงทางกฎหมายที่ยังไม่เป็นที่สิ้นสุดแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากการยุบสภาครั้งนี้ไม่เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น ซึ่งจะนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองและอาจทำให้พรรคเพื่อไทยต้องสูญเสียความชอบธรรมทางการเมืองไปในที่สุด ท้ายที่สุดแล้วอำนาจในการยุบสภาไม่ใช่สิ่งที่พรรคการเมืองจะสามารถตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย ในกฎกติกาที่ละเอียดอ่อน จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถพลิกสถานการณ์ที่เสียเปรียบให้กลับมาเป็นผู้ชนะได้อีกครั้ง

#ยุบสภา #การเมืองไทย #รัฐบาลรักษาการ #เพื่อไทย #กฎหมายรัฐธรรมนูญ