วันที่ 29 ส.ค.68 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความระบุว่า...

เมื่อพระภิกษุสงฆ์ละเมิดพระธรรมวินัย

-พระภิกษุ ไม่ได้ถือศีลครบทั้ง 227 ข้อตลอดเวลาหรอก บางครั้งบางคราว ท่านก็ผิดศีลหรือละเมิดพระวินัยได้เหมือนกัน

-เปรียบเหมือนข้าราชการ นั่นแหละ ที่บางครั้งก็ทำผิดวินัย ซึ่งมีโทษตั้งแต่ไล่ออก,ปลดออก,ลดเงินเดือน,ตัดเงินเดือน,ภาคทัณฑ์

-พระภิกษุสงฆ์ก็เช่นเดียวกัน หากครั้งคราวใดทำผิดวินัย ก็ต้องถูกลงโทษตามวินัยสงฆ์ ตั้งแต่หนักไปหาเบา คือ โทษหนักคือ ปาราชิก, โทษปานกลาง คือ สังฆาทิเสส และ โทษเบา คือ ถุลลัจจัย,ปาจิตตีย์,ปาฏิเทสนียะ,ทุกกฏ, และ ทุพภาสิต

-โทษหนักนั้น ให้ขาดจากความเป็นพระทันทีไม่ว่าจะมีผู้รู้หรือไม่ และ ไม่สามารถกลับมาบวชได้อีก

-โทษปานกลาง แก้ได้ ด้วยการอยู่กรรม หรือเข้าปริวาสกรรม คือประพฤติวัตรเพื่อทรมานตน 6 ราตรี

-โทษอย่างเบา แก้ได้ด้วยการปลงอาบัติ คือประจานตัวหรือบอกความผิดของตนเองต่อหน้าภิกษุด้วยกัน

-มีผู้ถามว่า ถ้าภิกษุพูดเท็จหรือมุสาวาท ล่ะผิดระดับไหน ตามพระวินัย ก็ผิดระดับเบา ต้องแก้ด้วยการปลงอาบัติ หรือเรียกว่าการประจานตนเองหรือรับสารภาพต่อหน้าภิกษุด้วยกัน

-เราเห็นสงฆ์ทำผิดพระวินัย แต่เราไม่รู้นี่ครับว่า สงฆ์รูปใดที่ทำผิดวินัย เช่น กล่าวมุสาวาท ท่านได้ปลงอาบัติท่ามกลางหมู่สงฆ์แล้วหรือยัง

-ก็มีประมาณนี้แหละครับส่วนการประพฤติผิดวินัยข้อใดหากผิดกฎหมายทางโลกด้วยก็ว่าไปตามกฎของสังคม

-ใครทำกับสงฆ์หรือแสดงออกเสมือนท่านผิดวินัยขั้นร้ายแรง รับรองนรกกินหัว เชื่อผมเถอะ รุ่มร้อน กระวนกระวาย เริ่มเห็นๆกันแล้วนี่ครับ

-เสียดายเรื่องเหล่านี้ คณะสงฆ์เงียบสงัด ไม่กล้าอธิบายอะไร ปล่อยให้สงฆ์ถูกกระทำจนเลยความจริงไปเยอะ

-ผมไม่ใช่นักบวชในพระพุทธศาสนา ก็กล้อมแกล้มได้ประมาณนี้แหละครับ ข้อเขียนวันนี้ อาจผิดพลาด ก็หวังว่าหากมีพระคุณเจ้าหรือท่านผู้รู้เข้ามาอ่าน คงให้อภัย และช่วยแก้ไขความเข้าใจที่ผิดพลาดของผมเพื่อความเข้าใจอันดี และ ธำรงไว้ซึ่งคำสอนอันบริสุทธิ์ของพระพุทธองค์