วันที่ 28 ส.ค.2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสดเกี่ยวกับการดำเนินการตรวจสอบกรณีตั๋วพีเอ็น ของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรมว.วัฒนธรรม ของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถามรมว.คลัง ว่าการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นไปอย่างล่าช้า

นับตั้งแต่ที่พรรคประชาชนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่มี.ค.2568 และส่อว่ามีการดึงเรื่องตรวจสอบหลังจากที่ไม่ยอมตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในการวินิจฉัยเรื่องคดีภาษี ขณะเดียวกันการไม่ยืนยันเรื่องกรอบเวลาแล้วเสร็จนั้น ส่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ รมว.คลัง รมช.คลัง และ นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร ส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงแทนรมว.คลัง กล่าวยืนยันในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรมสรรพากรร ว่าไม่ปัดความรับผิดชอบ และตั้งแต่ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อ มี.ค.2568 ได้สั่งการไปยังอธิบดีให้ดำเนินการ ซึ่งการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ใช่ละเว้น หรือดึงเรื่องเพราะเป็นบุคลากรของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ ไม่มีพยานหลักฐานที่ครบถ้วน กรมสรรพากรต้องแสวงหาข้อมูลภายในทั้งแบบแสดงภาษีบุคคล แสดงภาษีนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ข้อมูลผู้ถือหุ้นบริษัท

โดยปัจจุบันได้รับข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกครบถ้วนแล้ว แต่ยังต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม และเมื่อครบแล้วต้องเชิญบุคคลให้ปากทำ ทั้งคนที่ทำธุรกรรมการโอนหุ้น ผู้รับโอน ส่วนการโอนหุ้นดังกล่าวพบว่ามีธุรกรรมครั้งแรกปี 2559 ดังนั้นต้องตรวจสอบย้อนหลังนาน มีบริษัทที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

"ท่านยื่นหนังสือฉบับนี้มาที่กรมสรรพากร แต่ไม่ได้ยื่นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หากมั่นใจว่ากระบวนการนี้ผิด  เป็นกระบวนนการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หนังสือร้องเรียนต้องส่งไป ป.ป.ช. แน่นอน แต่มายื่นสรรพากรเพื่อต้องการสืบค้นให้กระจ่าง  ส่วนการดำเนินการตรวจสอบมีระยะเวลายาวนานไม่ต่างกัน

เช่น คดีที่ถูกร้องว่านักการเมืองฝั่งของท่านโอนเงินสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง เมื่อ 4 ปีมาแล้ว ซึ่งขณะนี้ดำเนินการอยู่ ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบเพื่อให้ความเป็นธรรม ไม่ใช่จะใช้เป็นเครื่องมือทำลายกันทางการเมือง หากผิดต้องดำเนินการ ทั้งนี้ต้องยึดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีอย่างเสมอภาค” นายจุลพันธุ์ กล่าว

รมช.คลัง ย้ำด้วยว่า กระบวนการตรวจสอบได้เน้นหลักให้ความเป็นธรรมสูงสุด ไม่กล้าตอบว่าภายใน 1 ปีจะทำให้เสร็จ  ทั้งนี้กรมสรรพากรทำให้เสร็จนั้นเป็นไปไม่ได้ หากไม่ได้ข้อมูลครบถ้วน แต่การตรวจสอบยังทำไม่หยุด เชื่อว่าสุดท้ายกระบวนการมีข้อสรุปเป็นที่ยอมรับได้กับสังคม ทั้งนี้ไม่มีที่กระทรวงการคลังที่ยึดถือหลักของกฎหมาย จะทำไม่ครบถ้วน หรือบิดเบือน หลบเลี่ยง ไม่ว่าข้อสรุปเป็นอย่างไร ข้อสรุปจากกมสรรพากรที่ทุกฝ่ายยอมรับได้และเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง

“ไม่มีกรณีพิเศษที่เกิดเฉพาะน.ส.แพทองธาร แต่เป็นกรณีที่ถูกยกมาพูดในสภาฯ ทั้งนี้เมื่อรับเรื่องได้ตั้งกรรมการตรวจสอบ 2 ชุด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและศึกษาถึงการใช้ตั๋วพีเอ็นที่เป็นช่องโหว่ และควรแก้ไขหรือไม่ ซึ่งในการศึกษาการใช้ตั๋วพีเอ็นนั้น จะมีข้อสรุปและคำตอบภายในปีนี้ หากมีความจำเป็นเพื่อปิดช่องโหว่ต้องให้ สภาฯ แก้ไข ในสภาฯ

กรณีตรวจสอบกรณีของน.ส.แพทองธารดำเนินการ แม้มองว่าจะช้า แต่กรมสรรรพากรไม่ได้เร่ง แต่ไม่ช้า เป็นไปตากระบวนการ หากจะเร่งเพื่อความไม่เป็นธรม เพื่อถูกใจท่าน หรือทำให้ช้า เพื่อถูกใจผู้ถูกร้องก็ทำไม่ได้เช่นกัน” นายจุลพันธ์ กล่าว