วันที่ 28 ส.ค.2568 เวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทยยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเรื่องปัญหาการเยียวยาตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ว่า ต้องยอมรับว่าการปะทะตามแนวชายแดนระหว่างไทยกัมพูชาประชาชนจำนวนมากรวมถึงภาคธุรกิจ เป็นผู้ที่เสียสละดังนั้นเมื่อมีผลกระทบเกิดขึ้นและทุกวันนี้ยังคงมีอยู่ แม้การปะทะยุติลงชั่วคราว ตนคิดว่าการเยียวยาประชาชนเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นเมื่อไปเห็นด้วยตาตัวเองการเยียวยาจึงยังคงมีความจำเป็น แล้วจะเป็นการสร้างความมั่นใจว่าประเทศเรารัฐบาลเรายังคงดูแลประชาชนไม่ได้ทอดทิ้ง แล้วต้องไม่ลืมว่าการปะทะอาจเกิดขึ้นได้อีก ถ้าการเยียวยาไม่มีประสิทธิภาพ และไม่ดีพอ สุดท้ายประชาชนอาจจะตัดสินใจอีกแบบหนึ่ง เมื่อมีการปะทะในครั้งต่อไป เช่น อาจจะอยู่เฝ้าบ้าน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องสร้างการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ วันนี้จึงได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาพูดคุยในเรื่องนี้
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า เบื้องต้นมีแนวทางการเยียวยาออกมาแล้วแต่ยังไปไม่ถึง หรือไปถึงแต่ช้าหรือยังไม่มีประสิทธิภาพ เช่น มีระเบิดลงในไร่นาไร่สวน แต่ให้เงินเยียวยาหลักสิบมันก็ดูมันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ หรือแม้แต่การขาดรายได้ก็มีผลกระทบ รวมถึงตลาดค้าขายที่วันนี้เราต้องมองหาตลาดอื่น แต่จะทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องแรงงานก็มีนโยบายใหม่ ๆ ออกมา และพบว่ามีแรงงานที่สามารถเข้าสู่ระบบ และทดแทนได้กว่า 4 หมื่นคน แต่ตัวเลขที่หายไปคือ 8 แสนคน จึงต้องยอมรับว่าเรามีแรงงานไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงต้องหามาตรการอื่นเช่นการนำเข้าแรงงานจากประเทศอื่นในละแวกนี้ แต่ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาได้ทันที
เมื่อถามว่า การเยียวยาต้องจำแนกกลุ่มประชาชนที่เดือดร้อนหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กลุ่มไหนที่ตกหล่นต้องทำให้เข้ากลุ่ม กลุ่มไหนที่ได้แล้วก็ต้องไปดูว่าเพียงพอต่อสถานการณ์หรือไม่ และอันไหนที่ยังขาดความสมเหตุสมผลก็ต้องแก้ไข และต้องเร่งสร้างความมั่นใจถ้าไม่มีความมั่นใจต่อไปอาจจะมีปัญหาในลักษณะแบบนี้อีกประชาชนก็จะมีคำถาม