“ทัศนีย์ศิลาดล” ดอยสะเก็ด จัดทำโล่ที่ระลึกมอบ 32 ทีมวอลเลย์บอลมาแข่ง “วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568” ครั้งแรกในเมืองไทย

ตามที่ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568” โดยประเทศไทยได้รับเกียรติจากสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน FIVB Volleyball Women’s World Championship 2025 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการวอลเลย์บอลไทยที่มีการจัดการแข่งขันระดับโลก ระหว่างวันที่ 22 ส.ค.-7 ก.ย.68  

การแข่งขันครั้งนี้ มีทีมวอลเลย์บอลหญิงระดับชาติจากทั่วทุกทวีปที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 32 ทีม โดยแบ่งออกเป็น 8 สาย ๆ ละ 4 ทีม สำหรับการแข่งขันใน รอบแรก มีการกระจายการแข่งขันไปยัง 4 เมืองหลักในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, นครราชสีมา, ภูเก็ต และ กทม.  ซึ่งการแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย, รอบก่อนรองชนะเลิศ, รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ กำหนดจัดขึ้น ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กทม.นั้น

น.ส.ทัศนีย์ ยะจา เจ้าของทัศนีย์ศิลาดล @ ดอยสะเก็ด เปิดเผยว่า การแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลกครั้งแรกของประเทศไทยนี้ ทัศนีย์ศิลาดล @ ดอยสะเก็ด ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการจัดทำโล่ชามที่ระลึกแก่ทีมชาติต่าง ๆ ที่เข้าแข่งขัน 32 ทีม โดยจัดทำเป็นจานช้างศิลาดล สินค้า GI ระดับประเทศ ด้วยระบบควบคุมคุณภาพ ที่เป็นตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จึงมีความภาคภูมิใจมาก ในระหว่างการแข่งขันแต่ละภาค มีการมอบของที่ระลึกดังกล่าวโดยที่เชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ และนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่มอบของที่ระลึกดังกล่าวแก่ตัวแทนทีมวอลเลย์บอลนานาชาติด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จัดการแข่งขัน FIVB Volleyball Women’s World Championship 2025 รัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจำนวน 200 ล้านบาท และ ครม.อนุมัติให้จำนวน 450 ล้านบาท รวม 650 ล้านบาท ตามที่สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยเสนอ คาดว่าการแข่งขันครั้งนี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 8,500 ล้านบาท ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว การจ้างงาน และเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นโอกาสในการ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ และเป็นเวทีแสดงศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก ผ่านการถ่ายทอดสดที่คาดว่าจะมีผู้ชมทั่วโลกกว่า 3,000 ล้านคน