วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้ายุทธศาสตร์ “9 ด้าน 9 ดี” ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยในด้าน “เดินทางดี” มีความก้าวหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะนโยบาย “กรุงเทพฯ เดินได้” ที่ตั้งเป้าปรับปรุงทางเท้าคุณภาพ 1,000 กิโลเมตร ปัจจุบัน กทม.ได้ดำเนินการแล้วกว่า 1,100 กิโลเมตร เกินกว่าเป้าหมาย ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ “เดินได้ เดินดี และน่าเดิน” อย่างแท้จริง
โฆษก กทม. ระบุว่า การพัฒนาทางเท้ามีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากผลสำรวจพบว่า ประชาชนกว่า 58.2% ใช้การเดินเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉลี่ยเดินประมาณ 800 เมตร หรือ 10 นาทีต่อครั้ง และจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายระบบขนส่งราง กทม.จึงให้ความสำคัญกับพื้นที่รอบสถานีขนส่งสาธารณะ 35 แห่ง และย่านใช้งานหนาแน่น เช่น ถนนวิทยุ ราชดำริ สุขุมวิท อิสรภาพ อุดมสุข ทางรถไฟสายเก่า วัชรพล พหลโยธิน และลาดพร้าว รวม 99 เส้นทาง เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้ผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงส่งเสริมสุขภาพและเศรษฐกิจในแต่ละย่าน
การปรับปรุงทางเท้าแบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การสร้างใหม่ทั้งเส้นทาง การซ่อมแซมจุดชำรุดเร่งด่วน และการนำนวัตกรรมที่เหมาะสมมาใช้ โดยคำนึงถึงความแข็งแรง ทนทาน และเน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง พร้อมแก้ไขสิ่งกีดขวาง ติดตั้งระบบระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม และออกแบบฝาท่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละย่าน ที่สำคัญคือการยึดตามมาตรฐานใหม่ 10 ข้อ เช่น ลดระดับขอบทางเท้า ปรับทางลาดให้ได้มาตรฐานสากล และติดตั้งอิฐนำทางสำหรับผู้พิการทางสายตา เพื่อให้ทางเท้าใช้งานได้จริงสำหรับทุกกลุ่ม เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่คุ้มค่าการลงทุน ลดการซ่อมซ้ำ
โฆษก กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาทางเท้าเป็นหนึ่งในเรื่องร้องเรียนสูงสุดผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มีมากกว่า 120,000 เรื่อง ทั้งทางเท้าชำรุด มาตรฐานต่ำ การถูกรุกล้ำ และปัญหาแสงสว่าง กทม.ได้เร่งแก้ไขต่อเนื่อง แม้บางพื้นที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันทีเนื่องจากอยู่ในเขตโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินซึ่งต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน ประชาชนยังสามารถแจ้งปัญหาผ่าน Traffy Fondue เพื่อให้ กทม.เข้าดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว เป้าหมายคือทำให้ทางเท้าไม่ใช่แค่เส้นทางสัญจร แต่เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย สะอาด และน่าใช้งาน
นอกจากนี้ กทม. ยังมีแนวคิดจัดตั้ง “กองทุนสาธารณูปโภคเมือง” เพื่อแก้ปัญหาการก่อสร้างสาธารณูปโภคที่ไม่ต่อเนื่อง เช่น การขุดแล้วกลบ ขุดแล้วซ้ำ โดยจะปรับปรุง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 เพื่อให้มีอำนาจเข้าซ่อมแซมหรือปรับปรุงสาธารณูปโภคที่มีปัญหาได้โดยตรง แม้ไม่ใช่ความรับผิดชอบหลักของ กทม. มาตรการนี้จะช่วยลดความล่าช้า ความซ้ำซ้อน และยกระดับมาตรฐานสาธารณูปโภคให้ใช้งานได้จริงอย่างปลอดภัย ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกคน