วันที่ 27 ส.ค.68 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า หลังจากที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมายอมรับและขอโทษประชาชนที่กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับออกไม่ทันจึงทำให้เกิดความล่าช้าต้องเลื่อนการใช้สิทธิ์จากวันที่ 1 ต.ค.ไปเป็น วันที่ 15 พ.ย. ซึ่งตนเห็นถึงความตั้งใจของนายสุริยะและกระทรวงคมนาคมที่ได้เร่งผลักดันนโยบายดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง เนื่องจากต้องการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้ถูกลง ที่ตอนนี้ประชาชนต้องจ่ายสูงสุดถึง 192 บาท ถือเป็นภาระที่หนักพอสมควร โดยโครงการนี้เชื่อว่าจะช่วยลดภาระค่าเดินทางได้มากและกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น อีกทั้งยังจะช่วยลดฝุ่น PM2.5 ด้วย
นายธนกร กล่าวว่า ตนขอสนับสนุนให้กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ..(พ.ร.บ.ตั๋วร่วม) และร่างพ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 (พ.ร.บ.รฟม.) ออกมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งทั้ง 2 ฉบับผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรกและชั้นกรรมาธิการแล้ว รอการพิจารณาในสภาวาระ2-3 และในชั้นวุฒิสภาเท่านั้น
นายธนกร กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชนไม่ใช่การเอื้อกลุ่มทุนอย่างที่ฝ่ายค้านกล่าวหา ซึ่งการจะดำเนินนโยบายต้องมีความรอบคอบอยู่บนหลักการที่ถูกต้องตามกฎหมายและการใช้งบประมาณที่โปร่งใส เพื่อให้เกิดผลดีต่อประชาชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว เมื่อร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านสภาแล้ว คาดว่าประชาชนจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ์รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายได้ทันตามกำหนดใหม่คือวันที่ 15 พ.ย.ครอบคลุมโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 10 สายได้ทันที
“เรื่องนี้เป็นประโยชน์ของประชาชนโดยตรง วาระแรกร่างพ.ร.บ.ตั๋วร่วม พรรคประชาชนเองก็โหวตเห็นชอบด้วย มาถึงวันนี้กฎหมายมีความล่าช้า เพราะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเรื่องการใช้งบประมาณ พรรคประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายค้านก็ไม่ควรออกมาโจมตีรัฐบาลเพียงเพราะหวังคะแนนนิยม หรือฉวยโอกาสตีกินทางการเมืองแบบนี้
โดยเชื่อว่า สส. และ สว. จะเห็นตรงกัน พร้อมขอทุกฝ่ายร่วมโหวตให้ผ่านร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ 2 วาระในคราวเดียวไม่มีฝ่ายใดขัดขวางหรือทำให้สะดุด เพราะโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนจริงๆ” นายธนกร กล่าว