“ปัญหายาเสพติด” เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลต้องกำจัดให้หมดไปตามเจตนารมณ์และนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และ KICK OFF เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “NO Drugs NO Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด โดยการบูรณาการกันกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครบทุกมิติ ทั้งการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน การฟื้นฟูคนดีกลับสู่สังคม ซึ่งมีเป้าหมาย การดำเนินการภายใน 3 เดือน (กรกฎาคม - กันยายน 2568) ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดต้อง เริ่มแก้ไขปัญหาวางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็นชุมชนปลอดยาเสพติดที่จะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพต่อไป
การเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย “NO Drugs NO Dealers” ในวันนี้ เพื่อปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ชุมชนแพร่ระบาดยาเสพติด ดำเนินการต่อเรื่องร้องเรียน ผ่านสายด่วน ๑๓๘๖ การจับกุมกลุ่มเครือข่าย/บุคคลตามหมายจับคดียาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติด ที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายย่อย โดยตั้งเป้าหมายปราบปรามผู้ค้า แยกผู้ค้าออกจากชุมชน พร้อมทั้ง X-Ray ค้นหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติดในชุมชนทุกราย เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ตลอดจนการค้นหาผู้มีภาวะทางจิตเวชเข้าสู่การรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้ชุมชนปลอดยาเสพติดอย่างแท้จริง ตามเจตนารมณ์และนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.67 – 25 ส.ค.68) ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย
* มาตราการปราบปรามยาเสพติด โดยมีผลปฏิบัติจับกุมดังนี้ จับกุมความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
- ยาเสพติดทุกข้อหา จำนวน 1,502 คดี
- ยาเสพติดกลุ่มความผิดร้ายแรง จำนวน 838 คดี
* ตรวจยึดของกลางยาเสพติด
- ยาบ้า จำนวน 8,269,775 เม็ด
- ไอซ์ จำนวน 446 กิโลกรัม
- คีตามีน จำนวน 41 กิโลกรัม
• ขยายผลเครือข่ายยาเสพติด จำนวน 24 เครือข่าย
• ออกหมายจับข้อหาสมคบ/สนับสนุนได้ จำนวน 28 หมาย
• ดำเนินการข้อหาฟอกเงินฯ ได้ จำนวน 7 คดี
• ตรวจยึดทรัพย์สินเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
* มูลค่ารวม จำนวน 278,051,433 บาท
* มาตราการป้องกันยาเสพติด
• โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตาม ยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 20 ชุมชน จำนวนผู้เสพ 265 คน และจำนวนผู้บำบัด 265 คน
• ตามนโยบาย “NO Drugs NO Dealers” สามารถดำเนินการผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด บัญชีผู้ค้า จำนวน 46 คน และ บัญชีผู้เสพ 806 คน
• การเสริมสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยจัดทำ “โครงการสินค้าชุมชน บก.น.๙”, “โครงการบริการวิชาการให้แก่ชุมชนและสังคม กิจกรรม การอบรมเชิงปฏิบัติการการเพาะถั่วงอกระบบน้ำวน” และ “กิจกรรม 1 ชุมชน 1 สน.1 เชฟ” โดย บก.น.๙ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธนบุรี เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพเตรียมความพร้อมเพื่อส่งคืนความยั่งยืนให้ชุมชน เกิดการสร้างอาชีพแก่ผู้บำบัด เพื่อให้ชุมชนปลอดยาเสพติดอย่างแท้จริง เนื่องจากพบว่าหลังจากเข้ารับการบำบัดไม่มีอาชีพรองรับ ทำให้หวนกลับเข้ามาวงจรยาเสพติด
• ผลงานเป็นที่ประจักษ์
- เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 สน.เพชรเกษม รับโล่เกียรติคุณในงานมหกรรมรวมพลคน กทม. TO BE NUMBER ONE ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดดีเด่น ประจำปี 2567
- ในปี 2567 สน.หนองแขม ได้รับมอบโล่เกียรติคุณกรณีเป็นหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดดีเด่น ประจำปี 2567 ตามโครงการส่งเสริมการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร
- ในปี 2566 สน.หลักสอง ได้รับการคัดเลือกเป็นชุมชนยั่งยืน ลำดับ 1 ใน 3 ของ บช.น.
- ในปี 2565 สน.หนองค้างพลู และ สน.เพชรเกษม ได้รับการคัดเลือกเป็นชุมชนยั่งยืนลำดับ 1 ใน 3 ของ บช.น. (Top 3)
ซึ่งโดยในวันนี้ (26 ส.ค.68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., นายอำนาจ เหล่ากอที ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร, พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.น.9, พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9, ผกก.สน.หนองค้างพลู, สำนักงานเขตหนองแขม และ ศูนย์บริการสาธารณสุข ๔๘ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการชุมชนวัดวงษ์ลาภาราม ในพื้นที่เขตหนองแขม ร่วมพลังของทุกหน่วยงานอย่างจริงจังในการป้องกันปัญหายาเสพติด โดยมีจุดบริการคัดกรอง รับผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ส่งต่อศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม มีการฝึกอาชีพ กิจกรรมด้านการป้องกันปัญหายาเสพติด เยี่ยมบ้านมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้อาชีพ วิสาหกิจชุมชน คนหนองค้างพลู (วิรัชฟาร์ม) โดยมีกิจกรรม ๕ ฐานการเรียนรู้ อาทิ เครื่องจักรสานจากเส้นพลาสติกรีไซเคิล, การทำไข่เค็มและแหนมเห็ด, การปลูกถั่วงอกระบบน้ำวน, การพัฒนาดินเพื่อปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ และ การทำปุ๋ยมูลไส้เดือน เป็นต้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและต่อเนื่องต่อไป
ทั้งนี้ บก.น.9 บช.น. และ สำนักงาน ป.ป.ส. ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการกระทำที่อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยการรับจ้างเปิดบัญชีม้า ซิมการ์ดม้า เพื่อรับโอนเงินจากยาเสพติด หรือใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 129 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และอาจเป็นความผิดฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือ และสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามมาตรา 125 หรือ 127 อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท อีกด้วย และขอประชาสัมพันธ์ถึงช่องทางการแจ้งเบาะแสยาเสพติด โดยสามารถแจ้งเบาะแส ได้ทางสายด่วน ตร. หมายเลข 191 และ สายด่วนสำนักงาน ป.ป.ส. หมายเลข 1386