วันที่ 18 ส.ค.2568 เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ ว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงาน (วิป) แต่ละฝ่าย เสียงของรัฐบาลก็เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลที่จะทำอย่างไรให้องค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่ง เมื่อมีการประชุมสภาฯ และการประชุมร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระ 2 และ 3 ที่ผ่านมา ก็มีการตรวจสอบองค์ประชุมทุกมาตราและผ่านไปได้ ซึ่งคิดว่าหากมีการประสานงานกันดี ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสส. ของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ทุกคนก็มีหน้าที่ที่ต้องทำเป็นของตัวเอง และการประชุมสภาก็ดำเนินต่อไปได้

เมื่อถามว่า ที่ราบรื่นผ่านไปได้อาจเป็นเพราะการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ แต่หากเป็นกฎหมายอื่น อาจจะทำให้มีความกังวลหรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ หรือกฎหมายอื่น หากมีการลงมติ ตรวจสอบองค์ประชุมก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น ทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตาม เพราะรัฐบาลก็มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จะมากหรือน้อยหากมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งก็เป็นองค์ประชุมและลงมติได้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า  ที่ผ่านมามีการปิดประชุมก่อน จะทำให้งานด้านนิติบัญญัติล่าช้าหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หากองค์ประชุมไม่ครบตามข้อกฎหมายหรือข้อบังคับก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการไปได้ ก็ต้องปิดประชุม ซึ่งต้องดูไป โดยในสัปดาห์หน้าหรือสัปดาห์ถัดไป จะมีกฎหมายหลายฉบับที่จะเข้ามา ตนคิดว่าหาก็องค์ประชุมมากแต่สมาชิกอยู่ในห้องประชุมไม่ครบ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่หากองค์ประชุมปริ่มน้ำแล้วสมาชิกมาครบเกินกึ่งหนึ่ง เราก็สามารถที่จะดำเนินการไปได้ เป็นการปฎิบัติหน้าที่ตามปกติเมื่อมีฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หากรัฐบาลต้องการให้กฎหมายของรัฐบาลผ่าน รัฐบาลก็ต้องดูแลสมาชิกให้เกินกึ่งหนึ่งจะมากหรือน้อยก็ได้