วันที่ 18 ส.ค.68 นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เป็นประธานการหารือติดตามผลการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิก ซึ่งเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง โดยมีนายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้เกษตรกร ผู้แทนเกษตรกร ส่วนที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนธนาคารของรัฐ ประกอบด้วยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (.ธพว.)และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เข้าร่วมหารือ
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันดังนี้
1.ให้ธนาคารออมสิน ธอส. และธพว. เร่งรัดดำเนินโครงการฯ โดยให้เกษตรกรมาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 ก.ย.68 ตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด
2.กรณีกรอบวงเงินคงเหลือของ ธ.ก.ส. จำนวน 982.68 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินต้น 82 ล้านบาท และดอกเบี้ย 900.68 ล้านบาท เสนอให้ ธ.ก.ส.ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ให้กับเกษตรกรที่ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ แต่ยังทำสัญญาไม่แล้วเสร็จ ภายใต้กรอบงบประมาณเงินต้นคงเหลือ จำนวน 82 ล้านบาท ดังนี้
2.1 ให้ ธ.ก.ส. ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ให้เกษตรกรที่ได้รับสิทธิและแสดงความประสงค์ เข้าร่วมโครงการฯ ไว้แล้ว ที่มีสถานะหนี้ชั้นดำเนินคดีขึ้นไปเป็นลำดับแรก
2.2 หากมีงบประมาณคงเหลือจากข้อ 2.1 ให้ ธ.ก.ส. ทำสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้ให้เกษตรกร ที่ธนาคารพิมพ์ข้อมูลในระบบของธนาคารไว้แล้ว แต่ไม่สามารถบันทึกข้อมูลลงในระบบได้ทันเนื่องจากระบบปิด โดยกำหนดลำดับการทำสัญญาให้เป็นไปตามลำดับเวลาที่ธนาคารพิมพ์ข้อมูลลงในระบบของธนาคารแล้ว
3.ให้ธนาคารของรัฐทั้ง 4 แห่ง สรุปข้อมูลผลการทำสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้โดยจำแนกเงินต้นและดอกเบี้ย (ณ วันที่30 พ.ย. 65 / ณ วันที่ 30 พ.ย. 67) ตามที่เกษตรกรได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ (รอบ 1 / รอบ 2) ส่งให้ กฟก. เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมติ ครม. 5 หน่วยงาน และเสนอรายงานผลการดำเนินโครงการฯ ต่อคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ เพื่อขอความเห็นชอบให้เสนอ ครม. รับทราบผลการดำเนินโครงการฯ และขอกรอบวงเงินงบประมาณเพิ่มเติมให้กับเกษตรกร ที่ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ แต่ยังไม่ได้ทำสัญญากับธนาคาร พร้อมทั้งขอขยายเวลาการดำเนินโครงการฯ ตามขั้นตอนต่อไป
4.ขอความร่วมมือ กฟก. และผู้แทนเกษตรกรทุกภูมิภาคประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร ที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารแล้ว ปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ตามนโยบายของรัฐบาลที่คณะรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้ว