สดุดี 14 นายทหาร ผลีชีพ รักษาอธิปไตยพื้นที่ชายแดนไทย-เขมร กองทัพไทย ซัดเดือด พลโทหญิงมาลี ลวงโลก กัมพูชา ละเมิดเงื่อนไขหยุดยิง ระดมอาวุธกระหน่ำข้ามฝั่งเข้าไทยไม่ยั้ง ขณะที่ มทภ.2 นั่งโต๊ะประจัญหน้าหารือ รอง ผบ.ทหารเขมร ก่อนเห็นชอบร่วมกันให้หยุดยิง-ห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง ระหว่างรอประชุม GBC 4 สิงหาฯนี้
ตามที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา ได้มีข้อตกลงร่วมกัน ในการยุติการสู้รบทางทหารบริเวณแนวชายแดน โดยมีผลตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 ก.ค.68 เพื่อเปิดทางสู่สันติภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ก.ค.68 พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันว่า ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัดในทุกพื้นที่ทันที เมื่อถึงกำหนดเวลา โดยยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันให้ไว้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาหลังจากกำหนดหยุดยิง ทางฝ่ายกัมพูชา ยังคงใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในหลายจุด ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ จงใจละเมิดข้อตกลง และบ่อนทำลายความเชื่อมั่น ที่ควรมีต่อกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน
กองทัพไทย ขอประณามพฤติกรรมดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชา และขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการโต้กลับ ภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ไทยมิได้ใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน
"เมื่อเราหยุด แต่เขาไม่หยุด...โลกต้องได้รับรู้ว่า กัมพูชาคือผู้ละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง เและเป็นฝ่ายที่ ไม่เคารพกติกาสากล ไม่ยึดถือข้อตกลงระหว่างประเทศใด ๆ ที่ได้ประกาศไว้ในเวทีระดับโลกและเป็น ภัยต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก"
การยอมรับพฤติกรรมเช่นนี้ เท่ากับเปิดช่องให้ความอยุติธรรมกลายเป็นบรรทัดฐานในระบบระหว่างประเทศ ดังนั้นกองทัพไทย จึงขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมกันยืนหยัดบนหลักแห่งความจริง ความยุติธรรม และหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดสันติภาพตามเป้าประสงค์ต่อไป
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. เปิดเผยผลการประชุมหารือของผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารในพื้นที่ชายแดนไทย กัมพูชา ที่จัดขึ้นในวันนี้ (29 ก.ค.68) เมื่อเวลา 10.00 น. ทั้ง 3 พื้นที่ ดังนี้ การประชุมหารือระหว่าง กองทัพภาคที่ 1 กับ ภูมิภาคทหารที่ 5 (ฝ่ายกัมพูชา) จัดขึ้นที่ จุดผ่านแดนถาวรคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นำโดย แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบในการให้งดเคลื่อนไหวกำลังเพื่อหลีกเลี่ยงความหวาดระแวง ระหว่างรอผลการประชุม GBC วันที่ 4 ส.ค. 68 และให้ผู้นำแต่ละระดับสามารถติดต่อกันโดยตรงได้เมื่อมีเหตุจำเป็น
ทั้งนี้ ในการประชุมหารือระหว่าง กองทัพภาคที่ 2 กับ ภูมิภาคทหารที่ 4 (ฝ่ายกัมพูชา) จัดขึ้นที่จุดผ่านแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นำโดย แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งมีประเด็นในการหารือ ได้แก่ การยุติการยิงโดยทันที การห้ามใช้กำลังหรืออาวุธต่อประชาชน การงดเสริมกำลังและห้ามเคลื่อนย้ายกำลังในลักษณะที่อาจสร้างความเข้าใจผิด ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการส่งกลับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกัน พร้อมจัดตั้งชุดประสานงานระดับพื้นที่ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
การประชุมหารือระหว่าง กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) กับ ภูมิภาคทหารที่ 3 (ฝ่ายกัมพูชา) ที่จัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ นำโดย ผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด มีผลสรุปการประชุมที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1
นอกจากนี้ โฆษก ทบ. ยังได้กล่าวอีกว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนล่าสุดตั้งแต่ก่อนช่วงการประชุมทั้ง 3 พื้นที่ ได้มีการหยุดยิงตลอดแนวเป็นที่เรียบร้อย
ต่อมาเมื่อเวลา 11.45 น. กองทัพบก รับรายงานกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบในวันที่ 28 ก.ค.68 จำนวน 3 นาย ดังนี้ 1. จ่าสิบเอก ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 3 ,2. จ่าสิบเอก อภิรมย์ ทรงพุฒิ สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 8 ,3. พลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง สังกัด กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2
กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาทของทหารกล้าเหล่านี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละของท่านเหล่านี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.68 ถึงปัจจุบัน รวมกำลังพลเสียชีวิต 14 นาย
ขณะเดียวกัน จากกรณีที่สื่อกัมพูชาได้ออกมาเผยแพร่ข่าว 'พลโทหญิงมาลี โสเจียตา' ผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมและและโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้แถลงข่าวเมื่อเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม ว่าทั้งไทยและกัมพูชาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และไม่มีเสียงปืนดังขึ้นตามชายแดนระหว่างสองประเทศแล้วนับตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 29 กรกฎาคม
ล่าสุด 'กองบัญชาการกองทัพไทย Royal Thai Armed Forces Headquarters' ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า สร้างภาพลวงโลก! โฆษกกลาโหมกัมพูชา สื่อสารไปโลกไหน? กองทัพไทยขอปฏิเสธคำแถลงการณ์ของ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่อ้างว่า ไม่มีเสียงปืนดังขึ้นตามแนวชายแดน และทั้งสองฝ่ายได้หยุดยิงโดยสมบูรณ์ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยฝ่ายกัมพูชา เป็นฝ่ายที่ยังคงใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนของไทยในหลายจุด หลังเส้นตายข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจนถึงการละเมิดพันธกรณีทั้งที่ผู้นำทั้งสองประเทศเพิ่งลงนามร่วมกัน
พลโทหญิง มาลี โสเจียตา ไม่เพียงแต่หลอกประชาชนกัมพูชา แต่ยังหลอกตัวเองจนติดกับมายาที่ตนสร้างขึ้น พฤติกรรมเช่นนี้มิใช่เพียง การบิดเบือนความจริง แต่ยังเป็น ความพยายามปั้นโลกปลอม เพื่อกลบเกลื่อนการกระทำของตน และเบี่ยงเบนสายตาจากความรับผิดชอบที่ฝ่ายตนควรต้องเผชิญ