โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงมีพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์ และทรงพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ โดยเปิดให้บริการครั้งแรก วันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี และได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

การดำเนินการในลักษณะบูรณาการการทำงานระหว่างนักวิชาการเกษตร ของหน่วยงานต่างๆ ในแต่ละสาขาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านคลินิกต่างๆ ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกสัตว์ คลินิกประมง คลินิกข้าว คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย และคลินิกอื่นๆ เป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาทางด้านการเกษตร มารับบริการในคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ โดยคลินิกแห่งนี้จะเคลื่อนที่ไปหาเกษตรกร ได้ถึงในระดับตำบล เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้ารับบริการทางการเกษตรได้อย่างถูกต้องครบถ้วนทุกด้านในคราวเดียวกัน

ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช กรมการข้าว ได้ร่วมเปิด “คลินิกด้านพืชและข้าว” เพื่อให้คำปรึกษาและบริการด้านการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 30 หน่วยงาน เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการเกษตรใหม่ ๆ ให้แก่เกษตรกร

ดลตภร โพธิ์ศิริ

ดลตภร โพธิ์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2568 ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ได้เข้าร่วมกิจกรรมขับเคลื่อนโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ จำนวน 4 ครั้ง ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนประสาธน์ราษฎร์บำรุง ตำบลคลองเส อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับ "เทคโนโลยีการปลูกข้าวไร่ภาคใต้" และ "พันธุ์ข้าวไร่พื้นเมือง" รวมถึงการป้องกันและกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าว นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว เช่น "แป้งข้าวหมากจากข้าวเหนียวดำดาษ 20" พร้อมแจกปัจจัยการผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์เม็ดฝ้าย 62 และเอกสารวิชาการเรื่องข้าวให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 149 ราย

ครั้งที่ 2 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับ "การผลิตข้าวอินทรีย์" และ "การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับข้าว GAP" พร้อมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว เช่น "ชามะนาวจากข้าวกล้องเม็ดฝ้าย 62" และแจกเอกสารวิชาการเกี่ยวกับข้าวแก่เกษตรกรและผู้สนใจ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 115 ราย

ครั้งที่ 3 ณ ศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับ "เทคโนโลยีการปลูกข้าวไร่ภาคใต้" และ "พันธุ์ข้าวไร่พื้นเมือง" รวมถึงการป้องกันและกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าว และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว เช่น "ไอศกรีมน้ำข้าวกล้องงอกจากข้าวเหนียวดำดาษ 20" พร้อมแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานเนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 8-9 พฤษภาคม 2568 และแจกเอกสารวิชาการองค์ความรู้เรื่องข้าวให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ซึ่งมีผู้เข้าใช้บริการคลินิกข้าว จำนวน 123 ราย

และครั้งที่ 4 ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ได้ร่วมจัดกิจกรรมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ในระดับประเทศ โดยมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวไร่พื้นเมืองและเทคโนโลยีการปลูกข้าวไร่ในภาคใต้ รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและแมลงศัตรูข้าวไร่ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไร่ เช่น ไอศกรีมจากข้าวกล้องงอกพันธุ์ข้าวเหนียวดำดาษ 20, ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อนจากข้าวเหนียวดำดาษ 20, ชามะนาวจากข้าวกล้องเม็ดฝ้าย 62, ข้าวเหนียวเปียกทรงเครื่องจากข้าวเหนียวดำหอม และขนมปังจากข้าวดอกพะยอม

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่นาในแถบลุ่มน้ำและพื้นที่ปลูกข้าวไร่ที่สำคัญในโซนฝั่งตะวันตก เช่น ทุ่งสง, นาบอน, บางขัน, ทุ่งใหญ่, และถ้ำพรรณรา โดยเกษตรกรในพื้นที่มักปลูกข้าวไร่เพื่อเสริมรายได้ระหว่างการปลูกพืชหลัก เช่น ยางพารา หรือปาล์มน้ำมัน ข้าวไร่จะถูกเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม โดยเกษตรกรจะเก็บข้าวไร่ไว้เป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับการปลูกในฤดูถัดไป

ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินงานวิจัยร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวไร่ใหม่ๆ เช่น พันธุ์ข้าวเม็ดฝ้าย 62 และข้าวเหนียวดำดาษ 20 ซึ่งได้รับการรับรองพันธุ์จากศูนย์ฯ ผลผลิตที่ได้จากพันธุ์เหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเน้นคุณสมบัติที่ดีของพันธุ์ เช่น การมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ปลูกข้าวไร่เพื่อความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ข้าวไร่ที่ปลูกในพื้นที่ดอน อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวในระหว่างที่พืชหลักยังไม่ให้ผลผลิต

“เนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ขอเชิญชวนเกษตรกร และเยาวชนร่วมเรียนรู้และน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อสืบสานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเสริมสร้างความยั่งยืนในเกษตรกรรมไทย” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช กล่าวทิ้งท้าย