ส่งสัญญาณฤดูร้อน คิมหันตฤดู ของปีนี้ ในพื้นที่ซีกเหนือของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดาประเทศของริมสองฟากฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จะร้อนเหลือ และอาจจะร้อนยิ่งกว่าปีไหนๆ

เพราะเมื่อย่างเข้า “ซัมเมอร์” คิมหันตฤดู เพียงไม่กี่เพลาเป็นต้นมา คือ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน ตามที่กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ ก็สร้างปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับอากาศร้อนสารพัด

ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิในหลายๆ ประเทศของภูมิภาคทะยานพุ่งขึ้นสูงเกินกว่า 30 องศาเซลเซียส ไปจนถึงทะลุเกิน 40 องศาเซลเซียส หรือบางพื้นที่ เช่น ที่เมืองโมรา ประเทศโปรตุเกส อุณหภูมิก็พุ่งขึ้นไปแตะที่ 46.6 องศาเซลเซียส ก็มีให้เห็นกันแล้ว ทั้งๆ ที่ เพิ่งเริ่มต้นฤดูร้อนเท่านั้น สภาพอากาศยังไม่เข้าสภาวะร้อนสุดๆ หรือที่เรียกว่า ระดับ “พีค (Peak)” แตกต่างจากปีก่อนๆ ตามที่เคยเป็นมา

และเป็นประจำทุกปีก็จะมีปรากฏการณ์ “ไฟป่า” ตามมา

เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงของทางการตุรเคีย ดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดอิซเมียร์ (Photo : AFP)

จะด้วยเปลวไฟที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ หรือประกายไฟปะทุที่คุโชนจากสภาพอากาศร้อนและแล้งจัดพาให้เป็นไป แต่ไฟป่าในปีนี้ ก็ลุกลามเผาไหม้อย่างร้ายเหลือ

โดยเพิ่งเริ่มต้นฤดูร้อนได้เพียงสิบกว่าวันเท่านั้น ไฟป่าก็ได้เป็นปรากฏการณ์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ก่อนลามไหม้ไปในพื้นที่หลายประเทศ บริเวณย่านริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อันเป็นน่านน้ำทางตอนใต้ของภูมิภาคยุโรป คาบเกี่ยวมาถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ปรากฏว่า ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของประเทศซีเรีย ก็ผจญชะตากรรมกับไฟป่าเผาผลาญอย่างน่าสะพรึง

เฉกเช่นเดียวกับหลายประเทศทางตอนใต้ของภูมิภาคยุโรป ที่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก็เผชิญกับไฟป่าเผาไหม้ลุกลามอย่างน่าเป็นห่วงด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส แดนน้ำหอม อิตาลี สมญานามแดนมักกะโรนี หรืออัสซูรี กรีซ แดนเทพนิยาย และตุรเคีย เจ้าของฉายาว่า ไก่งวง

ประเทศเหล่านี้ ล้วนกำลังเผชิญหน้ากับไฟป่าที่กำลังลุกลามเผาไหม้ ทางการต่างต้องระดมสรรพกำลัง ทั้งผู้คน คือ เจ้าหน้าที่นักผจญเพลิงและกู้ภัยต่างๆ รวมไปถึงกองทัพ ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ในปฏิบัติการสกัดไฟป่าให้อยู่ในความควบคุม หรืออยู่ในวงจำกัด

นอกจากนี้ ทางการยังส่งอพยพประชาชน ให้เร่งออกจากพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดที่เกิดไฟป่ากันอย่างจ้าละหวั่น

โดยมีรายละเอียดแต่ละประเทศที่ประสบภัยไฟป่า อาทิเช่น

“ตุรเคีย” มีรายงานว่า ผจญไฟป่าหนักหนาสาหัสสากรรจ์ที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตตุรเคียตะวันตก จากการที่เผชิญกับสถานการณ์ไฟป่าถึง 600 แห่งด้วยกัน พร้อมกับคร่าชีวิตของผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 3 รายด้วยกัน ตลอดช่วงสัปดาห์ที่แล้วจนถึงสัปดาห์นี้

ภายหลังจากไฟป่าได้ปะทุขึ้นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ในจังหวัดอิซเมียร์ จนทางการต้องระดมนักดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์ดับไฟอย่างเต็มพิกัด รวมถึงยังส่งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ มาช่วยดับเพลิงด้วย แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์จะไม่เป็นใจ เพราะมีลมแรงช่วยกระพือโหมเปลวไฟป่าให้ลุกไหม้หนัก จนอยากต่อการควบคุม ประกอบกับมีอากาศร้อนจัด เพราะคลื่นร้อนได้ถาโถมพัดกระหน่ำเข้ามา นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ก่อนหน้าที่จะเกิดไฟป่า ตุรเคีย ก็ประสบกับภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรง ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายหนัก

ประชาชนชาวตุรเคีย ช่วยกันดับไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ในจังหวัดอิซเมียร์ (Photo : AFP)

นอกจากปฏิบัติการดับไฟป่าแล้ว ทางการตุรเคีย ก็ต้องใช้กำลังพลเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีกส่วนหนึ่ง เข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงอันตรายถึง 5 แห่งด้วยกันในเขตเซเฟริฮิซาร์ ไปยังสถานที่ปลอดภัย

ใช่แต่เท่านั้น ทางการตุรเคีย ก็จัดชุดเจ้าหน้าที่สำหรับสืบสวน สอบสวน เพื่อหาสาเหตุของไฟป่าครั้งนี้ เพราะการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้น ไม่น่าจะเกิดจากธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจจะมาน้ำมือของมนุษย์ด้วย

ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของตุรเคีย สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้นับสิบราย ซึ่งต้องสงสัยว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นนี้ โดยทางนายอาลี เยอร์ลิกายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของตุรเคีย ได้ออกมาเปิดเผย

นอกจากที่จังหวัดอิซเมียร์แล้ว บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของเมืองดอร์ติโอล จังหวัดฮาไตย์ สถานการณ์ไฟป่ามีความรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่หน่วยผจญเพลิง ยังคงพยายามควบคุมเปลวไฟให้อยู่ในวงจำกัด ท่ามกลางบรรยากาศแวดล้อมที่ดูจะเป็นอุปสรรคต่อการควบคุมเพลิงมิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศร้อนจัด แล้งหนัก แถมยังมีลมแรงช่วยกระพือโหมเปลวไฟให้ลามไหม้

สภาพความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เมืองโคโรปี ใกล้กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศกรีซ หลังถูกไฟป่าเผาผลาญจนวอดไปทั้งหลัง (Photo : AFP)

ส่วนสถานการณ์ไฟป่าที่ประเทศกรีซ ปรากฏว่า ทางการรัฐบาลเอเธนส์ ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงกว่า 160 นาย รถดับเพลิง 46 คัน เครื่องบินอีก 5 ลำ ออกปฏิบัติการดับไฟป่าบนเกาะเอเวีย หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ยูบีอา ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของกรีซ โดยเป็นรองเพียงเกาะครีตเท่านั้น

ความรุนแรงของไฟป่า ทำให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนอย่างน้อย 2 หมู่บ้าน ไปพำนักอาศัยแห่งอื่นชั่วคราวไปก่อนเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ที่กรีซยังเกิดไฟป่าบนพื้นที่แผ่นดินใหญ่อีกด้วย แถมยังอยู่ใกล้กับกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศอีกต่างหาก

ทางการฝรั่งเศส ส่งเครื่องบินโปรยสารดับเพลิง ในการควบคุมไฟป่าที่เมืองนาร์บอนน์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ (Photo : AFP)

ขณะเดียวกัน ที่ฝรั่งเศส เกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ เช่นที่แคว้นคอร์บิแยร์ ทางตะวันเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งอุณหภูมิในพื้นที่ดังกล่าวสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ไม่เว้นกระทั่งวัด หรือโบสถ์คริสต์ในพื้นที่ เพราะเสี่ยงอันตรายจากไฟป่า

ทางการฝรั่งเศส เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งหนึ่ง สำหรับรองรับผู้อพยพหนีไฟป่า ซึ่งเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ (Photo : AFP)

ขณะที่ อิตาลี ได้เกิดไฟป่าบนเกาะซิซิลี จนทางการต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิง เข้าไปควบคุมไฟป่าถึง 15 จุด พร้อมกันนี้ ทางการกรุงโรม มีคำเตือนต่อประชาชน ให้ระงับโปรแกรมท่องเที่ยวเกาะดังกล่าวออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัยจากไฟป่าที่เสี่ยงปะทุลุกลามได้ทุกเมื่อท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดเช่นนี้