ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เตรียมจัดงาน “๑ ทศวรรษ อัตลักษณ์แห่งสยาม” ภายใต้แนวคิด “หัตถศิลป์ล้ำค่า รักษาไว้ให้ลูกหลาน : The Artisanal Collectibles” พบสุดยอดงานหัตถศิลป์ไทยชิ้นพิเศษจากฝีมือครูศิลป์แผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม รังสรรค์เป็นผลงานอันเป็นเอกลักษณ์และทรงคุณค่าภาคภูมิสมกับความเป็นมรดกของชาติ ซึ่งคนไทยควรได้มาเห็นสักครั้งหนึ่งในชีวิต

อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า SACICT หรือ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ดำเนินภารกิจสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมของไทยเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านหัตถศิลป์ของประเทศไทยนำมาซึ่งยกระดับและต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ไทยให้เป็นที่ยอมรับและนิยมใช้อย่างกว้างขวาง ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้ทางและสร้างโอกาสให้แก่ผู้ทำงานสร้างสรรค์ศิลปหัตถกรรม โดยมีเป้าหมายให้เกิดการอนุรักษ์และสืบสานให้งานหัตถศิลป์ไทยอยู่คู่กับคนไทยสืบไป ซึ่งงานอัตลักษณ์แห่งสยามเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของ SACICT ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2562 นี้ จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “หัตถศิลป์ล้ำค่า รักษาไว้ให้ลูกหลาน :The Artisanal Collectibles” สะท้อนให้เห็นถึงชิ้นงานศิลปหัตถกรรมซึ่งผ่านองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพบุรุษมายาวนาน ผ่านรุ่นสู่รุ่นมายังครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และพร้อมส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่และผู้คนในปัจจุบันที่เห็นคุณค่าของงานหัตถศิลป์ ซึ่งแต่ละชิ้นงานสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างละเอียดประณีตวิจิตรบรรจงอย่างที่ไม่มีชาติใดเสมอเหมือน บางงานยังหาคนทำยากและใกล้สูญหาย แต่งานนี้ได้รวบรวมมาให้ชมอย่างยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งยิ่งใหญ่กว่าทุก ๆ ครั้ง งานอัตลักษณ์แห่งสยาม ในปี 2562 ในครั้งนี้ เสมือนการรวมสมบัติอันล้ำค่าจากบุคคลระดับ “ครู” ไว้ในที่เดียวกัน ด้วยผลงานศิลปหัตถกรรมกว่า 180 คูหา ที่นำมาจำหน่าย และเผยแพร่ถ่ายทอดองค์ความรู้ และที่สำคัญที่ถือว่ายิ่งใหญ่กว่าทุกครั้ง ก็คือ การเปิดเวทีจำหน่ายผลงานที่เป็น “ที่สุด” อันเป็นฝีมือ “ครูศิลป์ของแผ่นดิน” “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” และ “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” ซึ่งไม่สามารถได้เห็นผลงานเหล่านี้ในคูหาจำหน่ายปกติ เพราะเป็นผลงาน “ชิ้นพิเศษ” ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเฉพาะซึ่งมีเพียงชิ้นเดียวเพื่องานครั้งนี้เท่านั้น” นางอัมพวัน กล่าว

ทั้งนี้ งาน “๑ ทศวรรษ อัตลักษณ์แห่งสยาม” ได้ดำเนินการจัดงานครบรอบ 10 ปี ในปีนี้ ภายในงานจึงมีความยิ่งใหญ่และพิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา ได้รวบรวมสุดยอดผลงานแห่งภูมิปัญญาเชิงช่างหัตถศิลป์จากทั่วประเทศมาจัดแสดงและจำหน่ายกว่า 180 คูหา โดยแบ่งโซนการจัดงานออกเป็น 5 โซนหลัก ประกอบด้วย

- โซนที่ 1 “เชิดชูครู-ทายาท หัตถศิลป์” จัดแสดงนิทรรศการชีวประวัติ ผลงานศิลปหัตถกรรมของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม จำนวน 25 ท่าน ที่ได้รับการคัดเลือก ประจำปี 2562 พร้อมชมการสาธิต และถ่ายทอดประสบการณ์รวมถึงเทคนิคการผลิตผลงานอย่างใกล้ชิด
- โซนที่ 2 “ภูมิปัญญา จารึก แผ่นดิน” จัดแสดงผลงานชิ้นพิเศษ ระดับมาสเตอร์พีซ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม กว่า 30 ผลงาน อาทิ ผ้าทอลาวครั่ง ผ้ามัดหมี่ต่อตีนจก เครื่องประดับมุก จักสานปอเฮ หัวโขน ต่อเรือจำลอง เป็นต้น
- โซนที่ 3 “หัตถศิลป์ในชีวิตประจำวัน” พบการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่า จากฝีมือครูชั้นนำระดับประเทศ กว่า 180 ร้าน
- โซนที่ 4 “หัตถกรรม ทำด้วยใจ” ร่วมเวิร์คช็อป ลงมือสร้างสรรค์ผลงานหัตถศิลป์ชิ้นพิเศษด้วยตัวท่านเอง ทุกวัน วันละ 6 รอบ ไม่ว่าจะเป็น จักสานพัด พวงกุญแจเครื่องรัก เพ้นท์ตลับเครื่องเขิน ปลอกหมอนด้นมือ เป็นต้น
- โซนที่ 5 หัตถศิลป์ไทย “จากมือสู่มือ” เป็นการจัดแสดงผลงานที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษกว่า 50 ชิ้นงาน ซึ่งล้วนเป็นของล้ำค่าและทรงคุณค่า ซึ่งคนไทยควรมีโอกาสมาเห็นสักครั้งในชีวิต

ในโอกาสนี้ SACICT จึงเชิญชวนทุกท่านได้ร่วมส่งเสริม สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้กับช่างผู้รังสรรค์งานหัตถศิลป์ไทย ผลิตชิ้นงานที่ทรงคุณค่า สวยงาม สะท้อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของชาติไทย เพื่อเป็นมรดกส่งต่อรักษาไว้ให้ลูกหลานสืบไป สามารถเข้าชมงาน “๑ ทศวรรษ อัตลักษณ์แห่งสยาม” ได้ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2562 ณ เพลนารี ฮอลล์ 1 - 3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 10.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1289 www.sacict.or.th และ www.facebook.com/sacict