วันที่ 14 มิ.ย. 68 ตั้งแต่เวลา 09.00น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ณ โรงเรียนชุมชนบ้านโคกกลางมิตรภาพที่ 84 ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ดร.เอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟตำบลผาน้ำย้อย ประจำปี 2568 ระว่างวันที่ 14 -15 มิถุนายน 2568 และสนับสนุนบั้งไฟตะไลยักษ์ จำนวน 1 บั้ง จัดโดย นายฉลอง หาสนาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาน้ำย้อย ฝ่ายบริหาร สมาชิกอบต.ฯ ส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้าประชาชน ร่วมงานประเพณีในครี้งนี้
นายฉลอง หาสนาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาน้ำย้อย กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนตำบลผาน้ำย้อยอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟตำบลผาน้ำย้อย ประจำปี 2568 ระว่างวันที่ 14 -15 มิถุนายน 2568 จำนวน 2 วัน ร่วมสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟตำบลผาน้ำย้อย ปี 2568 โดยมีผู้สนับสนุนบั้งไฟแสน ดังนี้ ได้แก่ดร.เอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนบั้งไฟตะไลยักษ์ จำนวน 1 บั้ง, นายฉลอง หาสนาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาน้ำย้อย บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,ผู้นำชุมชนตำบลผาน้ำย้อย (กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,ผรส,สารวัตรกำนัน,แพทย์ตำบล ผาน้ำย้อย)บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,กองช่าง อบต.ผาน้ำย้อย (ช่างโอ๋ จ.ศรีสะเกษ)บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,นายปฐนพงศ์ แสงใสแก้ว ปลัดต.คำนาดี (ป.จ่อย)บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,ร้านสนามชัยวัสดุ บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,หจก.ธนกฤต(เสี่ยอ๊อด) ค้าเหล็กมหาสารคาม บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,โชคประยูรค้าข้าว บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,ทีมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลผาน้ำย้อย บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,สจ.ดร.แทนรัฐ สุจารี บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,โชคศิริรัตน์ รถเกี่ยวข้าว รถปั่นนา (by เสี่ยเอ็กซ์ เจ้มิ้นท์) บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง,ผู้ใหญ่สุขสันต์ + คนหำเคียวหนองพอก บั้งไฟแสน จำนวน 1 บั้ง
โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วยวันที่ 14 มิถุนายน 68 จุดปล่อยขบวนตลาดชุมชน บ้านโคกกลาง หมู่ที่ 2 ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด พิธีเปิดจุดแสดงรำเซิ้งบั้งไฟ โรงเรียนชุมชนบ้านโคกกลางมิตรภาพที่ 84 ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด วันที่ 15 มิถุนายน 68 ฐานจุดบั้งไฟวัดสามัคคีธรรมวนาราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
ด้าน ดร.เอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธาน กล่าวเปิดว่า เป็นประเพณีของชาวตำบลผาน้ำย้อย นอกจากเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีแล้ว ยังเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนของเรา ที่เสริมสร้างชาติไทยให้ยั่งยืนอยู่ถึงปัจจุบัน เพราะเป็นการสร้างความรักความสามัคคี สร้างความเป็นปึกแผ่นของชุมชนในชาติบ้านเรา ซึ่งเป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน ต้องสืบสานค้ำจุนเอกลักษณ์ของชาติยั่งยืนสืบไป



