วันที่ 18 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในเขต อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ว่าถูกหญิงคนบ้านเดียวกันหลอกให้ทำเสริมดวง ทำเสน่ห์ แต่ต้องวางค่าครูล่วงหน้าครบ 9 วันจะคืนให้สุดท้ายบ่ายเบี่ยง สอบถามทางวีดีโอคอลกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ)อายุ 35 ปี ชาวอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ  เล่าว่าก่อนหน้านี้มีคนทักแม่มาว่าลูกสาวที่อยู่ต่างแดนมีโอกาสจะเลิกกับสามี ถ้าแก้ได้ให้แก้ ซึ่งตรงกับที่ตนกำลังมีปัญหากับแฟนพอดี จึงให้แม่หาหมอดู จนได้อาจารย์ท่านหนึ่งจากคนในหมู่บ้านเดียวกันแนะนำ และติดให้โดยแจ้งมาว่าจะต้องมีขึ้นค่าครู 9,999 บาท ถ้าพิธีเสร็จก็จะคืนเงินให้ภายใน 9 วัน ตนก็อยากทำตามความเชื่อของคนบ้านเรา จึงโอนเข้าไปให้ แต่ยังไม่จบยังบอกมาอีกว่าจะต้องมีทองเพื่อไปขึ้นครู และเงินสด ตนก็ยอมทุกครั้งเพราะสัญญาว่าจะคืนให้ โดยตนโอนเงินให้แม่ที่บุรีรัมย์ แล้วแม่เป็นคนโอนให้ทราย ทั้งหมด 16 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 85,000 บาท

ขณะที่นางไก่ (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี (เสื้อดำ)ชาว ต.ตะโคง อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เล่าว่าตนก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกหลอกไปเป็นเงิน 1,000 บาท โทรถามเอาคืนไม่ได้ตนก็จะปล่อยทิ้งไป แต่เท่าที่ทราบมีคนอีกหลายคนที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน เสียหายคนละ 2 หมื่นบ้าง 3 หมื่นบ้าง และล่าสุดมีคนทำงานบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งใน อ.บ้านด่าน โดนไปกว่า 300,000 บาท แต่ยังไม่ไปแจ้งความ

ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามนางสาวจินดารัตน์ หรือทรายอายุ 28 ปี ตอนนี้ทำงานอยู่จังหวัดภูเก็ต ผู้ถูกกล่าวหา น.ส.ทราย บอกว่าเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง ตนเป็นหมอดูที่อยู่ดีๆมีคนโทรมาถามให้ทำให้ตนก็ทำ ตนไม่ได้บังคับไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อใดๆ ยอมรับว่าได้สัญญาว่าจะคืนเงินให้ทุกบาท แต่ไม่พอใจที่เขาเอาไปโพสต์ทางโซเชียล ตอนนี้ตนไม่กลัวเพราะมีหลักฐานทุกอย่างทั้งก่อนหน้าและหลังการดูหมอ ที่ผ่านมาตนทำสำเร็จมาเป็นจำนวนมาก ภรรยาที่แยกกับสามีมานานกว่า 5 ปี ฝ่ายหญิงอยากได้ใบหย่า ตนได้ทำให้ได้ ตนพร้อมจะสู้ด้วยข้อมูลที่ตนมีอยู่

สำหรับ น.ส.ทราย เคยไปออกรายการถกไม่เถียง เนื่องจาก น.ส.ทราย ซื้อรถยนต์ป้ายแดงมาแบบเงินสด ใช้รถมาได้ 3 ปีมารู้ภายหลังว่าเป็นรถมือสอง ทำให้ผู้เสียหายคิดย้อนหลังว่าเงินที่ไปซื้อรถเงินสดเป็นเงินที่หลอกมาหรือไม่