อีสท์วอเตอร์ยันมีความมั่นคงเพียงพอ พร้อมชำระคืนหุ้นกู้ 1.2 พันล้านบาท ที่ใกล้จะครบกำหนดไถ่ถอนช่วงกลางปีนี้ ฝ่ากระแสมรสุมรุมเร้าต่อเนื่อง หลังพลาดจากการประมูลโครงการบริหารท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออกความยาว 135.9 กม. ที่เคยครอบครองได้รับสัมปทานมาอย่างยาวนานมากว่า 30 ปี และถูกฟ้องร้องคดีจากกรมธนารักษ์ รวมถึงคณะผู้บริหารลาออกเมื่อต้นปีที่ผ่านมาพร้อมกันถึง 4 คน
วันที่ 21 เม.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับข้อมูลเพื่อการเผยแพร่จากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกลุ่มบริษัทอีสท์วอเตอร์หรือ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ว่า ทางบริษัทยืนยันถึงฐานะทางการเงินว่ายังคงมีเสถียรภาพที่ดีและมีความแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดที่พร้อมจะชำระคืนหุ้นกู้ปัจจุบันจำนวน 1,200 ล้านบาทได้ และมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วน โดยพร้อมที่จะเดินหน้าให้บริการน้ำอย่างเต็มรูปแบบ เสริมความมั่นคงและสร้างความยั่งยืนในการบริหารทรัพยากรน้ำ
ตามที่ได้มีข่าวถูกเผยแพร่เกี่ยวกับการชำระหุ้นกู้และกระแสเงินสดเมื่อวันที่ 20 เม.ย.68 ที่ผ่านมานั้น กลุ่มบริษัท อีสท์วอเตอร์ เปิดเผยว่า การบริหารจัดการชำระหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2558 ชุดที่ 2 ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 16 มิ.ย.68 จำนวนเงิน 1,200 ล้านบาท กลุ่มบริษัทอีสท์วอเตอร์ ได้เตรียมเงินสดสำหรับไถ่ถอนหุ้นกู้ไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนการบริหารจัดการด้านกระแสเงินสด กลุ่มบริษัทอีสท์วอเตอร์ มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปีมาโดยตลอดและยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้
โดยกระแสเงินสดช่วงปลายปี 2567 จำนวนเงินรวม 261.98 ล้านบาท อยู่ในเกณฑ์การบริหารจัดการตามหลักปฏิบัติที่ดีด้านกระแสเงินสดเพื่อบริหารต้นทุนการเงินที่มีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัทอีสท์วอเตอร์ มุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจที่ได้รับนโยบายตามมติ ครม.เมื่อปี 2535 ยืนยันในศักยภาพการบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก หลังจากโครงการวางท่อทดแทนระบบท่อซึ่งส่งมอบคืนแก่กระทรวงการคลังเสร็จสมบูรณ์แล้วในปลายปี 2567
ทั้งนี้ทำให้อีสท์วอเตอร์มีโครงข่ายท่อ หรือ Water Grid ที่สมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งจะเสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจยิ่งขึ้นในอนาคต โดยการดำเนินการตั้งแต่ต้นปี 2568 บริษัทมั่นใจแนวโน้มการผ่านพ้นจุดต่ำสุดในปี 2567 โดยจะเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ทั้งนี้กลุ่มบริษัทอีสท์วอเตอร์ ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่และต่อเนื่องจากผู้ถือหุ้นหลักทุกราย
ซึ่งภายใต้การดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปี 2567 อีสท์วอเตอร์ได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการจากสถาบัน IOD อยู่ในเกณฑ์ระดับดีเลิศ ซึ่งสะท้อนถึงความทุ่มเทในการสร้างสมดุลระหว่างผลประกอบการ และความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม