“บัวแก้ว” เผย 4 พนักงานชาวไทยปลอดภัยดี จากเหตุกลุ่ม “อัล-ชาบาบ” ถล่มโรงแรมดุสิตดี2 ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 15 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย ด้านทางการเคนยาคุมสถานการณ์ได้แล้ว พร้อมอพยพผู้ติดค้างออกจากโรงแรมเหยื่อก่อการร้าย

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการเคนยาได้อพยพประชาชนที่ติดค้างภายในโรงแรมดุสิตดี2 ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของโรงแรมดุสิตธานี ออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว หลังเกิดเหตุกลุ่มก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรง “อัล-ชาบาบ” โจมตีด้วยระเบิดรถยนต์ (คาร์บอมบ์) และใช้อาวุธสงครามกราดยิงผู้คนภายในโรงแรมจนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา ตามวันเวลาในไทย

โดยแถลงการณ์กระทรวงมหาดไทยของเคนยา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของทางการเคนยาได้อพยพประชาชนที่ติดค้างภายในโรงแรม และภายในสำนักงานต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในโรงแรมดุสิตดี2 ออกมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งหมด เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา ตามวันเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับช่วงเวลาประมาณ 03.00 น.ของวันพุธ ตามวันเวลาในไทย พร้อมกันนี้ ก็ได้ตรวจตราอาคารทุกแห่งภายในโรงแรมสถานที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ถึงแม้พนักงานราว150 คน ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้ แต่ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากยังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในโรงแรม โดยบางคนมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งมีความต้องการได้รับการปฐมพยาบาลรวมอยู่ด้วย

ขณะเดียวกัน ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทย (กต.) เปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ว่า พนักงานชาวไทยที่ทำงานอยู่ในโรงแรมดังกล่าว ปลอดภัยจากเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น โดยในขณะเกิดเหตุมีพนักงานชาวไทยทำงานอยู่ภายในโรงแรม จำนวน 4 คน ซึ่งทางสถานทูตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเคนยา ในกรุงไนโรบี กำลังติดต่อประสานเกี่ยวกับการอพยพออกจากที่เกิดเหตุ โดยล่าสุดมีรายงานว่า พนักงานชาวไทยทั้ง 4 คน ได้รับการอพยพออกจากที่เกิดเหตุและอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

ทั้งนี้ ในโรงแรมดังกล่าว มีพนักงานชาวไทยจำนวนทั้งสิ้น 7 คน แบ่งเป็นพนักงานสปา 4 คน และพนักงานครัว 3 คน

พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทย เปิดเผยว่า หากมีผู้ที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือ ก็สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมที่เกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร โดยสามารถติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน +254 799 33 22 43 หรือ +254 733 145 145 ตลอด 24 ชั่วโมง