ลุ้น! ช่วยผู้รอดชีวิต “ชัชชาติ” สั่งเจาะโพรงช่วยหญิงติดใต้ซากตึกถล่ม หลังพบเสียงร้องช่วยด้วย คาดอยู่ลึก3 เมตร “นายกฯอิ๊งค์” จ่อเรียกถกติดตามความคืบหน้า “ตึก สตง.” ถล่ม ชี้ปมเหล็กค่อนข้างชัดเจน "พิชัย" เปิดข้อมูล 2 บริษัทเอี่ยวอาคาร สตง.ถล่ม พบเครือข่ายกว่า 37 บริษัท เตรียมประสานกรมบัญชีกลางลุยสอบ 26 โครงการ พร้อมจับมือ 8 หน่วยงานรุมเช็ก นอมินี-วัสดุไม่ได้มาตรฐาน
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นเหตุทำให้โครงการก่อสร้างอาคาร ที่ทำการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาทที่อยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างถล่มเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหายและมีผู้บาดเจ็บ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น.ทีมกู้ภัยได้ยินเสียงตอบรับเบาๆ จากใต้ซากอาคาร คาดว่าเป็นเสียงของผู้หญิงทีมกู้ภัยที่เข้าไปในโพรงใต้ซากอาคารได้ตะโกนเรียกและได้รับเสียงตอบกลับมาเบาๆ ตอนแรกไม่เชื่อ จึงให้เพื่อนอีกคนฟัง ก็ได้ยินเช่นกัน เข้าใจว่าเป็นเสียงผู้หญิง จากนั้นนำเครื่องสแกนตรวจสอบ พบร่องรอยของร่างกาย และใช้เครื่องโซนาร์หย่อนลงไป โดยบอกว่าถ้ามีชีวิตอยู่ให้เคาะ 1 2 3 ก็คล้ายๆ ได้ยินเสียงตอบกลับมา เพื่อเปิดทางไปยังตำแหน่งที่คาดว่าผู้รอดชีวิตติดอยู่ ทีมกู้ภัยได้ใช้เครื่องจักรหนักยกแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ โดยเมื่อคืนนี้สามารถยกแผ่นคอนกรีตออกไปได้ 3 แผ่น น้ำหนักรวมประมาณ 60 ตัน ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังขุดค้นด้วยมือในพื้นที่ที่คาดว่ามีผู้รอดชีวิตติดอยู่ ซึ่งลึกลงไปประมาณ 3 เมตร แต่ภายในมีโครงสร้างเหล็กจำนวนมาก ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6.) ดอนเมือง กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการสอบสวนหาสาเหตุ อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)แห่งใหม่ถล่ม ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์ นอกจากเรื่องเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน มีรายงานความคืบหน้าอื่นๆเข้ามาหรือไม่ว่า เตรียมนัดประชุม อาจจะไม่ใช่วันที่ 4 เม.ย.นี้ ก็เป็นวันที่ 7 เม.ย. เนื่องจากจะมีการรายงาน ในเรื่องของรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ขอให้ชัวร์กว่านี้ก่อน หากพูดไปก่อน อาจมีผลกระทบ แต่ยืนยันว่ามีการรายงานความคืบหน้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเรื่องเหล็กก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างชัดเจน
ส่วน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ครั้งที่ 4 (2/2568) โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิด สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ 2 นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่มลงมา ได้แก่ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด โดยพบว่าทั้งสองบริษัทมีชาวจีนร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 49% และ 80% ตามลำดับ เบื้องต้น มีมูลฐานความผิดตามกฎหมายไทยหลายฉบับ โดยหนึ่งในนั้น คือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้นำส่งเอกสารรายละเอียดข้อมูลทางทะเบียนของทั้งสองบริษัทให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อพิจารณา และขณะนี้ DSI ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว
นายพิชัย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้อาคารสำนักงาน สตง. ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่มลงมา โดยการก่อสร้างดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มีความเชื่อมโยงกับ 37 บริษัท ขณะนี้ข้อมูลทั้งหมดได้ถูกส่งมอบให้ DSI เพื่อดำเนินการต่อไป ในส่วนของกรมบัญชีกลาง จะเข้าตรวจสอบการรับงานของ 26 โครงการที่มีปัญหา ซึ่งบางส่วนมีการทิ้งงาน โดยหากพบความผิดปกติอาจพิจารณา ขึ้นบัญชีดำ (Black List) บริษัทที่เกี่ยวข้อง