ตำรวจไซเบอร์ ทลายเครือข่าย "เสี่ยเมืองคอน" ขายหวยใต้ดินออนไลน์ พร้อมรวบแก๊งหลอกลงทุนผ่านคอมพิวเตอร์
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการ บช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน, พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ, พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการ บช.สอท. และ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผู้บังคับการ สอท.2 แถลงผลการจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์หลายคดี พร้อมยึดของกลางได้จำนวนมาก
สืบสวนจับ “เสี่ยเมืองคอน” รับแทงหวยใต้ดินออนไลน์
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.5 พบพฤติกรรมของนายรัตนชัย หรือ “มอส” อายุ 51 ปี มีลักษณะเป็นเจ้ามือรับแทงหวยใต้ดินผ่านเฟซบุ๊ก จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นศาลแขวงทุ่งสง เพื่อตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ อ.ทุ่งสง และ อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช
ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่ 9 ต.วังหิน อ.บางขัน และสามารถจับกุมนายรัตนชัยได้พร้อมของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Realme รุ่น Note50 และสมุดบัญชีสำหรับจดโพยหวย 1 เล่ม
จากการสอบสวน นายรัตนชัยให้การรับสารภาพว่า รับแทงหวยใต้ดินจากลูกค้าในพื้นที่ และส่งต่อให้เจ้ามือรายใหญ่ใน อ.ทุ่งสง ซึ่งเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในพื้นที่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา "จัดให้มีการเล่นการพนัน (เจ้ามือรับกินรับใช้) หรือทำอุบายล่อลวง ชักชวนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน (หวยออนไลน์) โดยไม่ได้รับอนุญาต"
รวบแก๊งหลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เสียหายกว่า 1.4 ล้านบาท
ปฏิบัติการต่อเนื่องจากการรับแจ้งความจากผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกให้ร่วมลงทุนผ่านระบบออนไลน์ รวมความเสียหายกว่า 1,485,600 บาท โดยไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ
เจ้าหน้าที่สืบสวนจนสามารถจับกุมนายธารา อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 4941/2567 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน รวมถึงร่วมกันฟอกเงิน”
ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงิน แต่ปฏิเสธมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง
แฉแก๊งส่ง SMS หลอกกู้เงิน ก่อนเชิดเงินหนี
อีกหนึ่งคดีที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ถูกส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือหลอกให้ทำธุรกรรมกู้เงินออนไลน์ จากนั้นคนร้ายใช้กลอุบายให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นค่าธรรมเนียม แต่เมื่อโอนเงินแล้ว กลับไม่สามารถกู้เงินได้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.1 นำหมายจับศาลอาญาที่ 1102/2567 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2567 เข้าจับกุมนายสมบูรณ์ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมร่วมกันฟอกเงิน”
หลอกลงทุนผ่านแอปหุ้นปลอม สูญเงินกว่า 2.4 ล้านบาท
ผู้เสียหายอีกคดีหนึ่งหลงเชื่อลงทุนผ่านเพจเฟซบุ๊ก “SD Trading” ที่อ้างว่าเป็นบริษัท Penfold ในเครือ UBS Co., Ltd. เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นได้ให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมชื่อ “PENFOLD” และอ้างว่าสามารถซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำกว่าตลาด มีผลตอบแทนสูง
ผู้เสียหายจึงโอนเงินลงทุนรวม 2,460,500 บาท แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ภายหลัง จึงมั่นใจว่าถูกหลอก
ตำรวจ กก.4 บก.สอท.3 ได้รวบรวมหลักฐานขอหมายจับ และสามารถจับกุม น.ส.สุจารีรย์ อายุ 33 ปี ได้ที่บ้านพักในหมู่ 7 ต.ห้วยหิน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำข้อมูลบิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร”
สอท.เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามชาติในยุค Digital Disruption
โดยมีการขับเคลื่อนผ่านการสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร.)
เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ยืนยันจะเร่งเดินหน้าสืบสวนขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อคุ้มครองประชาชนในโลกดิจิทัลอย่างเต็มที่