เหล่าผู้นำประเทศต่างๆ แม้กระทั่งชาติพันธมิตร ประสานเสียงรุมประณามทรัมป์ขึ้นภาษีการค้า หลายประเทศต้องประกาศแผนรับมือ และหวังว่ารัฐบาลวอชิงตันจะเปิดโต๊ะเจรจา
เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรดาผู้นำประเทศแทบจะทั่วภูมิภาคโลก ต่างพากันออกมาประณามต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาตรการภาษี ซึ่งเรียกว่า “ภาษีศุลกากรตอบโต้” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวอ้าง ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนาม ที่สวนกุหลาบของทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้สินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ ของหลายๆ ประเทศ ต้องถูกจัดเก็บภาษีศุลกากรในอัตราที่สูงขึ้น
โดยทางการจีน เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีข้างต้นโดยทันที พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า จีนจะดำเนินการตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าระหว่างประเทศของจีน
พร้อมกันนี้ ทางการจีน แสดงความวิตกกังวลว่า มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ อาจทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงส่งผลกระทบต่อระบบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
ทางด้าน นางอัวซูลา ฟอน แดร์ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปแห่งสหภาพยุโรป หรืออียู แสดงความวิตกกังวลต่อผลกระทบที่จะตามมาหลังการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ในส่วนของอียู ได้เตรียมมาตรการสำหรับรับมือ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในประเทศสมาชิกของตนเช่นกัน
ทางด้าน นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย หนึ่งในชาติพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ กล่าวประณามว่า การกระทำของสหรัฐฯ ข้างต้น ไม่ใช่การกระทำของประเทศในฐานะที่เป็นเพื่อน และว่าการขึ้นภาษีดังกล่าว ไม่สมเหตุสมผล
ด้านนายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังที่สุดต่อสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ ทางการญี่ปุ่นได้เคยขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นการดำเนินมาตรการนี้กับญี่ปุ่นมาแล้ว
ขณะที่ นายฮัน ด็อค-ซู รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวเรียกร้องให้มีการเจรจากับสหรัฐฯ โดยเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก