แม่ค้าออนไลน์ขายสินค้าแบรนด์เนมถูกมิจฉาชีพหลอกผ่านแอปปลอม สูญเงินกว่า 700,000 บาท แจ้งตำรวจไซเบอร์เร่งติดตามตัวคนร้าย

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ถนนแจ้งวัฒนะ นางสาวกุลวดี จิตรจำนงค์ อายุ 35 ปี แม่ค้าออนไลน์จำหน่ายสินค้าแบรนด์เนม เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า แว่นตา และรองเท้า เดินทางเข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการ บก.สอท.1 หลังถูกหลอกให้สั่งซื้อสินค้าในแอปพลิเคชันต้องสงสัย สูญเงินรวมกว่า 700,000 บาท แต่ไม่ได้รับสินค้าแม้แต่ชิ้นเดียว

น.ส.กุลวดี เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะตนโพสต์ขายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Facebook ได้มีชายชื่อ “ธนกฤต” (ขอสงวนนามสกุล) ทักข้อความเข้ามาพูดคุยในลักษณะเป็นมิตร สอบถามเกี่ยวกับการค้าขายและขอเข้าร่วมกลุ่มแบรนด์เนม เพื่อหาซื้อนาฬิกาเป็นของขวัญให้บิดาในวันคล้ายวันเกิด

เมื่อเห็นว่าเป็นลูกค้าที่สนใจสินค้า ตนจึงเชิญเข้ากลุ่มแบรนด์เนม จากนั้นมีการพูดคุยต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยชายคนดังกล่าวเสนอให้ตนช่วยเก็บคูปองส่วนลดในแอปพลิเคชันชื่อ "Tojoysp" ซึ่งอ้างว่าเป็นแอปสำหรับการเก็บแต้มและใช้ซื้อสินค้าแบรนด์เนม พร้อมขออีเมลเพื่อนำไปสมัครใช้งานแทน

ในช่วงแรก ตนหลงเชื่อและทำตามคำแนะนำ โดยกดสั่งซื้อสินค้าผ่านแอปตามที่อีกฝ่ายชี้แนะ เริ่มจากลิปสติก ราคา 1,990 บาท ต่อมาสั่งเปลเด็ก ราคา 13,340 บาท และลิปสติกอีกครั้ง ราคา 6,876 บาท รวมถึงรองเท้าอีกหลายคู่ในราคาหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท โดยในช่วงแรก ตนได้รับเงินคืนจากรายการที่สั่งซื้อทั้งหมด จึงเชื่อว่าการทำธุรกรรมผ่านแอปดังกล่าวน่าเชื่อถือ

แต่เมื่อสั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์ Gucci มูลค่า 102,970 บาท กลับไม่ได้รับสินค้าและไม่ได้รับเงินคืน จากนั้นชายคนดังกล่าวยังให้ตนกดสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมอีก 2 รายการ คือ โดรน มูลค่า 225,800 บาท และรองเท้าแบรนด์เนม มูลค่า 450,800 บาท ซึ่งตนก็ไม่ได้รับสินค้าและเงินคืนอีกเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการแนะนำให้สั่งสินค้าเพิ่มเติมอีกในราคา 11,900 บาท อ้างว่าเพื่อเปิดระบบให้คืนเงินยอดทั้งหมด แต่กลับมีรายการใหม่เด้งขึ้นมาเป็นสร้อยคอเพชร มูลค่า 395,290 บาท ทำให้เริ่มเอะใจว่าถูกหลอก จึงตัดสินใจไม่ดำเนินการสั่งซื้อเพิ่มเติม และแจ้งความประสงค์ขอเงินคืนทั้งหมดที่จ่ายไป

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้รับการตอบกลับหรือเงินคืนใด ๆ จึงเข้าแจ้งความออนไลน์กับ สน.ห้วยขวาง รวม 5 ครั้ง และมีการอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางมายังกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เพื่อขอติดตามความคืบหน้าคดี และให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตามกฎหมาย