แถลงการณ์

จากกรณีประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ สำนักงาน กลต. ที่ระบุว่า “ก.ล.ต. เปิดเผยกระทรวงการคลังโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ปฏิเสธการให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset)” โดยให้เหตุผลว่า “เนื่องจากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารอย่างมีนัยสำคัญ โดยกรรมการของบริษัทที่รับผิดชอบระบบสำคัญได้ลาออก 3 รายจากทั้งหมด 4 ราย เป็นเหตุให้ระบบงานสำคัญของบริษัทยังไม่มีความพร้อมตามมาตรฐานที่ ก.ล.ต. ยอมรับ อาทิ ระบบการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า หรือระบบการทำความรู้จักตัวตนของลูกค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)”

บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset) ขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจแก่ลูกค้าและประชาชน โดยยืนยันว่าระบบการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าในระบบ มีความปลอดภัยตามที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ระบบการทำความรู้จักตัวตนของลูกค้า หรือ KYC (Know Your Customer) ของบริษัทเอง ก็มีการตรวจสอบข้อมูลไปยังธนาคารในประเทศไทย อีกทั้งในส่วนการปราบปรามการฟอกเงิน ทางบริษัทก็มีการเฝ้าระวังการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ หากพบธุรกรรมที่มีความผิดปกติก็จะมีการขอคำชี้แจงจากลูกค้าและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ จากการเปลี่ยนผู้บริหารในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน หรือ CFO (Chief Financial Officer) ซึ่งมีภาระรับผิดชอบในส่วนงานดังกล่าวข้างต้น ทำให้มีผลต่อการพิจารณาให้ใบอนุญาต ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากความบกพร่องของระบบแต่อย่างใด นอกจากนี้ผู้บริหารท่านใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ เป็นบุคลากรที่ได้รับการคัดสรรแล้วว่ามีคุณภาพและมีศักยภาพสูงเพียงพอ โดยมีประสบการณ์ในด้านการเงินและการลงทุนมาแล้ว ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในส่วนงานดิจิทัลแบงก์กิ้งของธนาคารอันดับต้นของเมืองไทย

บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset) ขอน้อมรับคำปฏิเสธดังกล่าว อย่างเช่นที่เคยปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. ที่ออกมาอย่างต่อเนื่องโดยเคร่งครัด ซึ่ง คอยน์ แอสเซท มีแนวทางปฏิบัติดังนี้

1. บริษัทแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าทราบ เพื่อการโอนทรัพย์สินของตนเองคืนหรือโอนไปยังผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่นตามความประสงค์ของลูกค้า ตามที่กระทรวงการคลังอนุญาตให้บริษัทยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้จนถึงวันที่ 21 มกราคม 2562 และแจ้งผลการดำเนินงานให้ ก.ล.ต. ทราบด้วย

2. คอยน์ แอสเซท จะเข้าหารือกับ กลต. อีกครั้งในวันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562 เพื่อกำหนดแนวทางในการเข้ายื่นขอใบอนุญาตรอบที่สอง ซึ่ง กลต. เคยให้ข้อมูลว่าอาจต้องใช้เวลาพิจารณายาวนานถึง 4 เดือน ทั้งนี้ภายในบริษัทคาดการณ์ว่าอาจใช้เวลาเนิ่นนานกว่า เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ยังคงต้องแบกรับต้นทุนด้วยตัวเอง การหารือในครั้งนี้จึงมีขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจน และกรอบเวลาที่กระชับขึ้น โดยท้ายที่สุดแล้วจะต้องส่งผลกระทบต่อลูกค้าให้น้อยที่สุด

“ถึงแม้ว่าจะถูกปฏิเสธจากการยื่นขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในครั้งนี้ บริษัทฯ ก็ยังคงมุ่งหน้าที่จะขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ เป็นผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล และเตรียมความพร้อมในระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ขอให้นักลงทุนทุกท่านที่ทำการซื้อ ขายบนกระดานของคอยน์ แอสเซท วางใจและรอฟังข่าวความคืบหน้าต่อไป” นายศิวนัส ยามดี ผู้ก่อตั้งคอยน์ แอสเซท กล่าว

ปัจจุบัน คอยน์ แอสเซท จดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท มีพนักงานและผู้บริหารรวมกว่า 50 คน และตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีของการดำเนินธุรกิจ มีการใช้งบประมาณไปแล้วเกือบ 50 ล้านบาท เราเป็นหนึ่งในไม่กี่กระดานซื้อขายแลกเปลี่ยนสัญชาติไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ด้วยการถูกจัดอันดับอยู่บน Blockfolio และ CoinGecko ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดอันดับในแวดวงคริปโตเคอเรนซีจากทั่วโลก เราไม่หยุดความตั้งใจที่จะเป็นกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นฐานของการให้ความเคารพต่อกฎหมาย อันเป็นหลักสำคัญในการอยู่ร่วมกันของสังคม
###