YLG ปรับเป้าหมายราคาทองคำใหม่ที่ 3,150 - 3,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หลังราคาทองพุ่งต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก พร้อมเตือนนักลงทุนระวังแรงขายทำกำไร หากราคาขึ้นแรงช่วงก่อนการประกาศนโยบายภาษีของ “ทรัมป์” 2 เมษายนนี้

วันที่ 31 มีนาคม 2568 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนทะลุกรอบเป้าหมายเดิมที่ 3,000 - 3,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ล่าสุด YLG ได้ปรับเป้าหมายราคาทองคำใหม่เป็น 3,150 - 3,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หรือเทียบเป็นราคาทองคำแท่งในประเทศที่ระดับ 51,000 - 51,500 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 34 บาทต่อดอลลาร์)

โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากสถานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) โดยเฉพาะความกังวลต่อสงครามการค้าระลอกใหม่ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมประกาศแผน “ภาษีศุลกากรตอบโต้” (Reciprocal Tariff) ในวันที่ 2 เมษายนนี้ ขณะที่หลายประเทศส่งสัญญาณเตรียมมาตรการตอบโต้กลับอย่างรุนแรง เช่น รัฐบาลจีนที่ประกาศจะ “ตอบโต้แบบเฉียบขาด” หากสหรัฐฯ กระทบผลประโยชน์ของจีน และเม็กซิโกที่เตรียมบังคับใช้ภาษีศุลกากรตอบโต้ในวันที่ 3 เมษายน สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลง นักลงทุนจำนวนมากจึงหันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป อาจเกิดแรงขายทำกำไร (Sell on Fact) ในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ใกล้วันประกาศนโยบายภาษีของทรัมป์

นอกจากปัจจัยด้านนโยบายภาษีแล้ว ยังมีแรงสนับสนุนสำคัญอื่นๆได้แก่ การเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก และกองทุนทองคำขนาดใหญ่ เช่น SPDR Gold Shares ที่สะสมทองคำในปี 2568 ไปแล้วกว่า 59.42 ตัน ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง โดยล่าสุด ทรัมป์ยังขู่อิหร่านด้วยมาตรการภาษีรอง (Secondary Tariff) และการโจมตีทางทหาร หากไม่มีข้อตกลงด้านนิวเคลียร์

โดยราคาทองคำในปีนี้ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการพักฐาน จึงอาจมีข้อจำกัดในระยะสั้น โดย YLG แนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นรอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวบริเวณแนวรับ 3,074 - 3,055 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว ควรระมัดระวังการพักฐานในระยะกลาง สำหรับทองคำในประเทศ แนะนำเข้าซื้อที่ระดับราคา 49,000 - 49,400 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในทองคำด้วยเงินทุนเริ่มต้นต่ำ YLG แนะนำบริการ Gold Wallet บนแอปฯ “เป๋าตัง” และแอปฯ Get Gold by YLG ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนหน้าใหม่สามารถซื้อทองคำได้ตั้งแต่ 0.1 ออนซ์ หรือเพียง 100 บาท สามารถซื้อ-ขายทองคำแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ผ่านสมาร์ตโฟน โดยได้รับการตอบรับจากกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างดีเยี่ยม กลุ่มผู้ใช้งาน Gold Wallet ที่เติบโตมากที่สุดคือกลุ่มอายุไม่เกิน 30 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 30 - 40 ปี โดยกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปยังนิยมลงทุนกับทองคำแท่งจริงมากกว่าการซื้อขายแบบออนไลน์

นอกจากนี้ ยังสามารถลงทุนทองคำแบบสะสมรายเดือนด้วยวิธี DCA (Dollar-Cost-Average) เพื่อกระจายความเสี่ยง และสร้างวินัยการออมในระยะยาว ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปฯ ได้ทั้งบน App Store และ Play Store หรือสอบถามเพิ่มเติมผ่าน LINE: @ylggetgold

#YLG #ทองคำ #ทรัมป์ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์